ข้อควรรู้กับไวรัสโรต้า

ไวรัสโรต้า (Rotavirus) คือ เชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องเสีย ซึ่งอาการท้องร่วง หรือท้องเสียที่เกิดจากเชื้อไวรัสโรต้า จะมีอาการถ่ายท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลวมากผิดปกติควรระวังไม่ให้ร่างกายเกิดภาวะขาดน้ำจนช็อก โดยในเด็กเล็ก ๆ อาจมีอาการรุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งต้องระมัดระวังมากเป็นพิเศษ

เครดิตฟรี

ข้อเท็จจริงของ ไวรัสโรต้า
• เกิดขึ้นได้ทุกฤดูกาล แต่มักแพร่ระบาดมากขึ้นเมื่ออุณหภูมิลดลง หรือในช่วงฤดูหนาวของทุก ๆ ปี
• ท้องร่วงจากไวรัสโรต้า มักเกิดในเด็กเล็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี โดยเฉพาะช่วงอายุ 6 เดือน – 2 ปี แต่ในเด็กโต หรือในผู้ใหญ่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แต่มักจะเจอน้อย หรืออาการไม่รุนแรงเท่ากับในเด็กเล็ก
• การติดเชื้อไวรัสโรต้าครั้งแรกมักมีอาการรุนแรง แต่การติดเชื้อครั้งต่อไปอาการจะรุนแรงน้อยลง

อาการท้องร่วง ท้องเสีย จาก ไวรัสโรต้า
อาการท้องร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้า จะมีอาการใกล้เคียงกับอาการท้องร่วงทั่วไป เช่น อาหารเป็นพิษ ที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อไวรัสอื่น ๆ คือขับถ่ายหรือถ่ายท้องมากผิดปกติ แต่อาการท้องร่วงจากไวรัสโรต้า ในเด็กเล็กกับผู้ใหญ่อาจมีอาการแตกต่างกันเล็กน้อย

อาหารเป็นพิษ (Food poisoning) โรคที่เกิดจากการกิน หรือดื่มสิ่งที่ปนเปื้อนสารพิษจากเชื้อโรค หรือสารพิษอื่น ๆ สามารถพบได้ทุกช่วงเวลาของปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศไทยที่อุณหภูมิค่อนข้างสูง ยิ่งทำให้เกิดความเสี่ยงจากการเตรียมอาหารทิ้งไว้

อาหารเป็นพิษจัดเป็นโรคที่พบได้ในทุกเพศ ทุกวัย แต่มักพบในเด็ก ๆ เนื่องจากกระบวนการเตรียมอาหารกลางวันของโรงเรียน นอกจากนี้ อาการอาหารเป็นพิษยังจัดว่าสามารถเป็นโรคติดต่อได้ ซ้ำยังเกิดการระบาดเป็นครั้งคราวอีกด้วย

สล็อต


อาหารเป็นพิษ มีอาการอย่างไร?
ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน
อาจมีปวดกระเพาะอาหารและลำไส้อื่น ๆ ร่วมด้วย
อาจมีไข้สูง หนาวสั่น
ปวดเมื่อย
อาจมีผื่นขึ้น
กล้ามเนื้ออ่อนแรง
การรักษาและดูแลตัวเอง เมื่ออาหารเป็นพิษ
การรักษาโรคอาหารเป็นพิษ เป็นการรักษาแบบตามอาการ

  • การป้องกันภาวะขาดน้ำ และเกลือแร่ คือสิ่งสำคัญที่สุด
  • หากปวดท้อง หรือ คลื่นไส้ อาเจียน ไม่ควรทานอาหาร หรือดื่มน้ำ เพราะอาจทำให้อาการรุนแรงขึ้น
  • ไม่ควรกินยาหยุดถ่าย เนื่องจากเป็นขั้นตอนสำคัญในการขับสารพิษออกจากร่างกาย
  • หมั่นจิบน้ำ หรือจิบน้ำเกลือแร่ เพื่อป้องกันการขาดน้ำ
  • เมื่ออาการบรรเทาลง ช่วงแรกควรทานอาหารอ่อน ๆ หรืออาหารรสจืดประเภทน้ำเป็นหลัก
  • ดื่มน้ำสะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 – 10 แก้ว หากแพทย์ไม่ได้สั่งให้จำกัดการดื่มน้ำ
  • พักผ่อนให้เต็มที่

สล็อตออนไลน์

• อาการท้องร่วง ท้องเสียในเด็ก
อาการท้องร่วงจากไวรัสโรต้าในเด็ก ๆ ช่วงแรกมักมีอาการไข้ขึ้นนำมาก่อน ตามมาด้วยอาเจียนช่วง 2-3 วันแรก หลังจากนั้นจะมีอาการถ่ายท้อง หรือถ่ายอุจจาระเหลวอยู่ราว 1-2 วัน ซึ่งอุจจาระที่ออกมามักมีกลิ่นเหม็นเปรี้ยว ในเด็กเล็กต้องระวังไม่ให้ไข้ขึ้นสูง และเกิดภาวะขาดน้ำจนอาจช็อกเสียชีวิตได้ พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด และพามาพบแพทย์หากเด็กไม่สามารถกินสารละลายเกลือแร่เพื่อทดแทนน้ำได้เอง หรืออาเจียนออกมา เพราะอาจจะต้องรับเกลือแร่ หรือให้น้ำเกลือทางหลอดเลือดแทน

• อาการท้องร่วง ท้องเสียในผู้ใหญ่
สำหรับผู้ใหญ่ อาการท้องร่วง ท้องเสียที่เกิดจากไวรัสโรต้าโดยปกติมักไม่มีอาการอื่น ๆ แสดง นอกจากการถ่ายท้องที่มักเป็นลักษณะถ่ายอุจจาระเหลวเป็นน้ำ แต่ในผู้ใหญ่บางคนอาจมีอาการรุนแรงคือถ่ายท้องไม่หยุด ถ่ายมาก มีไข้ และอ่อนเพลีย ได้เช่นเดียวกัน แต่มักพบได้ไม่บ่อยนัก เช่นเดียวกันกับในเด็กคือหากถ่ายท้องต่อเนื่องต้องระวังภาวะขาดน้ำ และช็อกได้

การรักษาอาการท้องร่วง ท้องเสียจากเชื้อไวรัสโรต้า
การรักษาในปัจจุบัน ยังไม่มียารักษาไวรัสโรต้าได้ แต่การรักษาอาการท้องร่วง จากไวรัสโรต้าจะเป็นการรักษาตามอาการ
• หากมีไข้ ควรหมั่นเช็ดตัวลดไข้ หรือให้ยาลดไข้ เพื่อไม่ให้ไข้ขึ้นสูง หรือหากอาการข้างเคียงอื่นเช่น อาการไอ ก็สามารถให้ ยาแก้ไอ เพื่อลดอาการไอจาม ที่อาจทำให้เกิดเชื้อแพร่กระจายได้
• ดื่มสารละลายเกลือแร่แก้ท้องร่วง ทดแทนน้ำ หรือของเหลวในร่างกาย เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำจากการถ่ายท้องมากผิดปกติ
• ในผู้ใหญ่หากมีอาการปวดท้อง หรือท้องอืด อาจให้ยาขับลม ลดการปวดท้อง หรือท้องอืด
• รับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น โจ๊ก ซุป ข้าวต้ม
• หากมีอาการอ่อนเพลีย พะอืดพะอม อาเจียนจนไม่สามารถรับประทานอาหารหรือเกลือแร่ได้ ควรไปพบแพทย์เพื่อรับน้ำเกลือทางหลอดเลือด ลดอาการขาดน้ำและเกิดภาวะช็อก

jumboslot

ท้องอืด (Bloated stomach) ปัญหาสุขภาพกวนใจสำหรับใครหลายคน ทั้งอาการอึดอัด แน่นเฟ้อ เรอบ่อย หรืออาจถึงขั้นมีอาการเสียด และปวดท้องร่วมด้วย สาเหตุของท้องอืดนั้น เกิดจากการพฤติกรรมการทานอาหาร โดยอาจจะรีบทานเกินไป ทานเร็วเกินไป เคี้ยวไม่ละเอียด รวมถึงทานอาหารที่เผ็ดร้อนจนเกินไป เมื่อเกิดอาการขึ้นแล้วแน่นอนว่าการทานยาจะสามารถช่วยบรรเทาได้ แต่ควรทานยาชนิดไหนล่ะ?

อาการท้องอืด เป็นอย่างไร?
ผู้ที่มีอาการท้องอืดมักจะรู้สึกไม่สบายท้อง รู้สึกแน่น นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวด และมีลมในกระเพาะอาหารเป็นจำนวนมาก จนทำให้เรอ หรือผายลมบ่อย และมีอาการปวดท้องร่วมด้วย ทั้งนี้หากมีอาการผิดปกติที่รุนแรงเช่น อาเจียนไม่หยุด อาเจียนเป็นเลือด อุจจาระเป็นเลือด หมดสติ ควรรีบไปพบแพทย์โดยทันที

เมื่อ ท้องอืด เราสามารถรับประทานยาอะไรได้บ้าง?

  1. ยาลดกรด

การรับประทาน ยาลดกรด สามารถช่วยคลายอาการแน่นท้อง บรรเทาอาการจุกเสียดได้ ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ตามปกติ โดยยาลดกรดนั้นมีให้เลือกหลากหลายชนิดให้เลือกทานกันได้ตามความสะดวก ทั้งชนิดน้ำ ชนิดเม็ด และชนิดผงละลายน้ำ โดยต้องดูตามอาการท้องอืดของคุณด้วย หากไม่แน่ใจว่าจะทานแบบไหนดี ก็ลองปรึกษาเภสัชกรที่ขายยาดูได้เลย

  1. ยาธาตุน้ำแดง

ยาสามัญประจำบ้านที่มีส่วนผสมหลักจากสมุนไพร มีรสหวานเล็กน้อย เย็น ซ่า ๆ แอบเผ็ดนิดหน่อย ยาธาตุน้ำแดงนี้ สามารถช่วยดูดซับแก๊สในทางเดินอาหารช่วยแก้อาการท้องอืด ไม่สบายท้อง ได้เป็นอย่างดีเชียวล่ะ

  1. ยาสมุนไพร

slot

สมุนไพรของไทยหลายชนิดมีสรรพคุณช่วยในเรื่อง บรรเทาอาการท้องอืด อาทิเช่น ขิง ขมิ้นชัน กานพลู ชะพลู พริกไทย กระเทียม และลูกกระวาน เป็นต้น การทานสมุนไพรเหล่านี้แบบสด ๆ หรือแบบอาหาร และเครื่องดื่มแปรรูปก็สามารถช่วยลดอาการท้องอืดที่ไม่รุนแรงได้ แต่หากคุณท้องอืดมาก จนทำให้รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว

ปัจจุบัน สมุนไพรไทยก็ถูกนำมาบรรจุในรูปแบบของแคปซูล ทำให้สามารถรับประทานได้ง่ายขึ้น ออกฤทธิ์ได้มากกว่าการทานแบบสด ๆ หรือหากใครชอบกลิ่นยาแบบไทย ๆ หน่อย จะใช้เป็น “ยาหอม” ก็ช่วยขับลม แก้ท้องอืดได้ดีเช่นกัน

สาเหตุของการท้องอืดนั้น นอกจากพฤติกรรมการทานอาหาร กับอาหารที่ทานเข้าไปแล้ว บางส่วนอาจเกิดจากความผิดปกติของลำไส้ และระบบย่อยอาหาร ดังนั้นทางที่ดีหากมีอาการท้องอืดบ่อย ๆ หรือรับประทานยาแล้วไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์นะ

การป้องกันอาการท้องเสียจากเชื้อไวรัสโรต้า
• ดูแลเรื่องความสะอาด สุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนทำอาหาร หรือก่อนรับประทานอาหารทุกครั้ง
• รับประทานอาหารที่สะอาด ผ่านความร้อน เป็นอาหารสดใหม่
• กำจัดขยะ โดยเฉพาะขยะติดเชื้อเพื่อลดการปนเปื้อน เช่น ผ้าอ้อมของเด็กที่เกิดจากท้องเสียควรใส่ในถุงติดเชื้อเพื่อแยกทำลายอย่างถูกต้อง
• หมั่นทำความสะอาดของเล่นของลูก ๆ เป็นประจำสม่ำเสมอ
• ไม่ควรพาลูกไปในที่ชุมชน ในช่วงที่มีการแพร่ระบาด เพราะเชื้อไวรัสสามารถติดต่อได้ทางการไอจาม
• ให้ทารกรับวัคซีนโรต้าไวรัส สำหรับวัคซีนโรต้าไวรัสเป็นวัคซีนแบบรับประทาน ที่ให้กับเด็กช่วง 6 สัปดาห์ – 8 เดือนเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันยังเป็นวัคซีนเสริมไม่ใช่วัคซีนหลัก โดยวัคซีนโรต้าสามารถช่วยป้องกัน หรือลดความรุนแรงอาการท้องร่วงจากไวรัสโรต้าได้

โรคท้องร่วงจากเชื้อ ไวรัสโรต้า เป็นอีกหนึ่งในโรคที่พบได้บ่อยในช่วงฤดูหนาว ท้องร่วงจากเชื้อไวรัสโรต้าไม่ใช่โรคใหม่แต่อย่างใด สามารถพบได้ทุกปี ดังนั้นไม่ควรตื่นตระหนก แต่ควรหาข้อมูล และทำความเข้าใจอาการท้องร่วงจากไวรัสโรต้าเพื่อจะได้ดูแล ป้องกันร่างกายของตัวเอง และคนในครอบครัวให้มีสุขภาพที่ดี ห่างไกลจากเจ้าไวรัสโรต้าให้มากที่สุด