คำแนะนำคนท้องทำงานอย่างไรให้เหมาะสม

สำหรับ Working Woman ที่กำลังจะกลายเป็นคุณแม่นั้น การให้คุณหยุดทำทุกอย่าง แล้วพักผ่อนตามอัธยาศัยอยู่กับบ้านนั้น อาจทำให้คุณรู้สึกแปลก ๆ ไม่สบายใจ หรือบางคนอาจเป็นห่วงงาน จนกลายเป็นวิตกกังวลไปเลยก็มี หากว่าการ ทำงานระหว่างท้อง คือ ความสุข ของคุณล่ะก็ การยังทำงานต่อไปก็ไม่ใช่เรื่องร้ายแรงอะไร เพียงแต่ว่าที่คุณแม่อาจต้องมีข้อจำกัดในการทำงานเพิ่มขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและเบบี๋ในท้องก็นั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าว่า การทำงานที่เหมาะสมขณะตั้งครรภ์นั้นเป็นอย่างไร

เครดิตฟรี

7 คำแนะนำในการทำงานระหว่างท้อง

  1. ทำงานแบบสบาย ๆ

เพราะความเครียดของคุณแม่สามารถส่งผ่านมาถึงลูกน้อยในครรภ์ได้ ฉะนั้นคุณแม่ควรทำงานสบายๆ ไม่ต้องเคร่งเครียด รีบเร่ง หรือหักโหมามากจนเกินไป หากรู้สึกเหนื่อย เมื่อย หรืออ่อนเพลีย ควรหยุดพัก ทำงาน สักครู่ให้หายเหนื่อย แล้วจึงค่อยเริ่มทำงานต่อ

  1. หลีกเลี่ยงการทำงานในที่อันตราย

หากสถานที่ทำงานของคุณแม่ต้องมีความเกี่ยวข้องกับ สารเคมี สารพิษ สารรังษี หรือลักษณะการของงานมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุ คุณแม่ควรปรึกษากับที่ทำงาน ถึงโอกาสในการเปลี่ยนย้าย หรือสลับหน้าที่ของตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายกับคุณแม่และเด็กในครรภ์

  1. ควรขยับตัวบ่อย ๆ

สล็อต

การทำงานของคุณแม่บางครั้งอาจต้องนั่ง หรือยืนเป็นเวลานาน ๆ ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนอิริยาบถทุก ๆ 1 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงอายุครรภ์ 6 เดือน ขึ้นไป ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ อาจจะใช้เป็นการเดินไปมาสลับกับนั่งพักก็ได้

  1. งดการขับรถยนต์เอง

ถ้าคุณแม่เป็นคนชอบขับรถไปทำงาน หรือไปไหนมาไหนเอง ในช่วงที่ตั้งครรภ์อยู่นี้ขอให้งดเอาไว้ก่อน เพราะการขับรถนั้นนอกจากจะทำให้เกิดความเครียดแล้ว ยังส่งต่อการหดเกร็งของมดลูกอีกด้วย

  1. ห้ามเครียดจนกินไป!

ในระหว่างตั้งครรภ์ควรคุมอารมณ์ให้เป็น ไม่เครียดจนกระวนกระวาย ต้องมีสติต่อปัญหาที่ประดั่งเข้ามา ควรพยายามมองโลกในแง่ดี เพราะ ความเครียดจะส่งผลให้ทารกในครรภ์เจริญเติบโตช้า รวมถึงยังอาจทำให้ลูกมีปัญหาทางด้านพัฒนาการทางสมอง และพฤติกรรมในอนาคตได้อีกด้วย

ถึงว่าที่คุณแม่จะสามารถ ทำงานระหว่างท้อง ได้ตามปกติ ในช่วงที่กำลังตั้งครรภ์ก็จริง แต่ก็ไม่ควรหักโหม หรือทำงานหนักมากเกินไป ควรแบ่งเวลาในพักผ่อนดูแลสุขภาพ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพื่อความสมบูรณ์แข็งแรงของคุณแม่ กับเบบี้ในท้อง

สล็อตออนไลน์

ช่วงเวลาตั้งครรภ์เป็นช่วงที่ควรให้ความสำคัญกับการทานอาหาร เพราะมีอาหารหลายประเภทที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจส่งผลเสียต่อร่างกายในระหว่างตั้งครรภ์ เช่น อาหารสำเร็จรูปหรือน้ำอัดลม และอาจรวมไปถึงผักผลไม้บางชนิดอีกด้วย เนื่องจากอาหารเหล่านี้มีส่วนทำให้คุณแม่มีอาการท้องเสีย หรือเกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย ซึ่งส่งผลให้ร่างกายไม่ได้รับสารอาหารตามโภชนาการนั่นเอง ส่วนอาหารที่คุณแม่ควรหลีกเลี่ยงมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกัน

อาหารที่ส่งผลเสียต่อร่างกายคุณแม่ตั้งครรภ์

อาหารประเภทนี้เป็นอาหารที่ควรต้องหลีกเลี่ยงทั้งผู้ที่ตั้งครรภ์ และไม่ได้ตั้งครรภ์ ซึ่งเป็นอาหารที่อาจส่งผลต่อร่างกายในเชิงลบ ได้แก่

อาหารที่แพ้ เช่น กุ้งที่มีคนแพ้กันมาก หากรู้ว่าตนแพ้อาหารชนิดไหนควรหลีกเลี่ยงไม่รับประทาน
อาหารรสจัด อาหารทุกรสชาติที่มีรสจัดทำให้เกิดท้องอืดท้องเฟ้อได้ง่าย
อาหารสำเร็จรูป เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง เป็นต้น การทานอาหารเหล่านี้มีผลเสียเนื่องจากมีส่วนผสมของผงชูรสในปริมาณมาก สามารถส่งผลให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น

ผักผลไม้บางชนิดที่ไม่ควรทานระหว่างตั้งครรภ์

จริงอยู่ที่อาหารประเภทผัก และผลไม้เป็นอาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการสูงอยู่แล้ว แต่ยังมีบางชนิดที่มีผลต่อคุณแม่และลูกน้อย จึงควรหลีกเลี่ยงไว้ ได้แก่

jumboslot

ผักเครือเถา เคยมีคำโบราณกล่าวไว้ว่าการทานผักเครือเถาจะทำให้คลอดยาก ซึ่งความจริงแล้วผักชนิดนี้จะมีสาร Purine สูง และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดโรคเกาต์ ซึ่งอันตรายต่อคุณแม่ตั้งครรภ์
ผลไม้บางชนิด เช่น มะม่วงดิบ ที่ย่อยได้ยาก ทุเรียน ที่ทำให้จุกเสียดแน่นท้อง และผลไม้รสหวานจัด เนื่องจากจะทำให้เสี่ยงต่อเบาหวานซึ่งเป็นโรคเสี่ยงในคุณแม่ตั้งครรภ์อยู่แล้ว

คนท้องไม่ควรกินอะไร

เครื่องดื่มที่คุณแม่ตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยง

เดิมทีการทานอาหารประเภทนี้มาก ๆ มักจะส่งผลเสียต่อร่างกายเป็นปกติอยู่แล้ว ยิ่งเป็นผู้ที่ตั้งครรภ์ยิ่งมีผลเสียต่อเด็กที่อยู่ในครรภ์ด้วยอย่างแน่นอน ได้แก่

ยาจีน หรือยาดอง เนื่องจากเครื่องดื่มประเภทนี้ไม่ได้รับการยืนยันจากแพทย์ว่าสามารถช่วยให้ร่างกายดีขึ้น หรือช่วยบำรุงร่างกายได้ ดังนั้นหากต้องการอาหารเสริมควรปรึกษากับแพทย์จะดีกว่า
เครื่องดื่มแบบชงเอง เครื่องดื่มเหล่านี้มีทั้งชา กาแฟ หรือช็อกโกแลต เนื่องจากเครื่องดื่มพวกนี้หากทานมาก ๆ จะทำให้เกิดอาการท้องผูก หรือสารคาเฟอีนที่ทำให้นอนไม่หลับจนพักผ่อนไม่เพียงพอ
แอลกอฮอล์ ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะมีผลต่อพัฒนาการ และการสร้างอวัยวะของทารกในครรภ์

อาหารประเภทอื่น ๆ ที่ควรหลีกเลี่ยง

slot

นอกจากอาหารที่กล่าวไปนั้นยังมีอาหารประเภทอื่น ๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงด้วย เช่น

อาหารที่มีส่วนผสมของเกลือมาก เช่น อาหารดอง ขนมกรุบกรอบที่มีโซเดียมสูง เพราะเสี่ยงต่อครรภ์เป็นพิษ
อาหารแช่แข็ง ที่เก็บใว้ในระยะเวลานาน เพราะอาจเป็นแหล่งสะสมของเชื้อแบคทีเรีย
ตับ เนื่องจากตับมีวิตามินเอค่อนข้างมาก ซึ่งหากมากเกินไปจะส่งผลต่อลูกในครรภ์ได้ แต่หากมีการปรุงสุกแล้วสามารถรับประทานได้ในปริมาณที่พอดี
ปลาบางชนิด เช่น ปลากระโทงแทง ปลาฉลาม เนื่องจากมีปรอทปริมาณมากไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย

แล้วคุณแม่ตั้งครรภ์ควรทานอะไรบ้าง

อาหารหลัก ๆ ที่คุณแม่ควรทานระหว่างการตั้งครรภ์ต้องเป็นอาหารที่มีสารอาหารช่วยในการเติบโตของลูกน้อยซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ประเภท ได้แก่

ธาตุเหล็ก อาหารชนิดนี้ช่วยป้องกันคุณแม่จากโรคโลหิตจาง เช่น ผักโขม ถั่วแดง ไข่แดง ตับ และสัตว์เนื้อแดง เป็นต้น
แคลเซียม เนื่องจากมีส่วนช่วยให้ระบบกระดูกของลูกน้อยแข็งแรง และป้องกันกระดูกของแม่เสื่อมได้ในอนาคต อาหารที่มีแคลเซียมเยอะ เช่น ผักคะน้า หรือนม เป็นต้น
โปรตีน มีส่วนช่วยในระบบสมองของลูกน้อยในครรภ์หลัก ๆ แล้วมักพบมากในถั่ว และเนื้อสัตว์บางชนิด เช่น ปลา ไข่ และนมถั่วเหลือง เป็นต้น
ไอโอดีน หากขาดไอโอดีนจะส่งผลต่อระบบประสาทได้ อาหารที่มีไอโอดีนมาก ได้แก่ อาหารทะเล โดยให้ทานอาหารทะเลที่ตนไม่แพ้ และไม่มีสารปรอทมากจนเกินไป เช่น สาหร่ายทะเล หอย ปลาหมึก เป็นต้น
โฟเลต สารอาหารชนิดนี้มีส่วนในการพัฒนาไขสันหลัง และระบบประสาทของลูกในครรภ์ เช่น บร็อกโคลี่ แคนตาลูป และคะน้า เป็นต้น

ตลอดเวลาที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีรายละเอียดมากมายที่ควรต้องทำความเข้าใจ ซึ่งเรื่องอาหารการกินก็เป็นเรื่องสำคัญ เพื่อเตรียมพร้อมให้ลูกน้อยได้คลอดออกมาด้วยสุขภาพที่ดี และแข็งแรง เพื่อรอยยิ้มที่สวยงามของครอบครัว