ปัญหาปัสสาวะเล็ด

สาวๆ หลายคนอาจเคยมี หรือกำลังประสบปัญหา ปัสสาวะเล็ด ออกมาขณะไอ จาม หัวเราะ หรือเวลาขยับตัวลุกนั่งทำเอาเดือดร้อนทุกที แถมบางครั้งไปเข้าห้องน้ำก็ยังต้องรอคิวที่ห้องน้ำอีก! บางคนอาจเล็ดนิด ๆ หน่อย ๆ ซึ่งก็ถือว่าแย่พอแล้ว แต่บางคนถึงขั้นต้องใส่แผ่นซับปัสสาวะกันเลยทีเดียว

เครดิตฟรี

อาการปัสสาวะเล็ด นั้นยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด แต่สันนิษฐานกันว่า อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่พยุงท่อปัสสาวะ และกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน ซึ่งเป็นได้จากสาเหตุหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการขาดตัวช่วยพยุงท่อปัสสาวะ เมื่อไอหรือจามแล้วท่อปัสสาวะเปิด จึงทำให้ปัสสาวะเล็ด การคลอดบุตร อายุมาก อ้วน ไอเรื้อรัง หรืออาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปก็เป็นได้

วิธีรักษา ปัสสาวะเล็ด

  • ดื่มน้ำตามเวลา เพื่อการถ่ายปัสสาวะเป็นเวลา ซึ่งจะได้ผลกับผู้ที่มีอาการไม่มากนัก วิธีนี้สามารถใช้ร่วมกับการรักษาอื่น ๆ ได้ เช่น การใช้ยาจากแพทย์ร่วมด้วย จะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น
  • ฝึกขมิบช่องคลอด การขมิบจะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบช่องคลอดกระชับแข็งแรงขึ้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอนาน 3 – 6 เดือน หากหยุดฝึกก็มีโอกาสกลับไปเป็นซ้ำอีกได้
  • ฉีดสารลดขนาดท่อปัสสาวะ โดยฉีดสารในการรักษาบางชนิดบริเวณด้านนอกท่อปัสสาวะ จะช่วยให้ปัสสาวะเล็ดน้อยลงจนถึงไม่เล็ดเลย แต่ในบางรายอาจต้องฉีดสารซ้ำ
  • ผ่าตัดรักษา ซึ่งมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น

การทำรีแพร์ช่องคลอด ซึ่งปกติเป็นการผ่านตัดเพื่อรักษากระบังลม/ กระเพาะปัสสาวะ/ ทวารหนัก หย่อน ไม่สามารถรักษาอาการไอจามแล้วมีปัสสาวะเล็ดได้ในระยะยาว นอกจากนี้ ยังมีโอกาสกลับมาเป็นอีกได้ค่อนข้างสูงใน 5 ปีแรก

สล็อต


การผ่าตัดดึงรั้งท่อปัสสาวะโดยใช้เข็มแทง เป็นวิธีที่ไม่ได้รับความนิยมนัก และมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูงมาก
การผ่าตัดรั้งท่อปัสสาวะผ่านทางหน้าท้อง มีประสิทธิภาพในการรักษาอาการปัสสาวะเล็ดสูงถึง 80 – 95% หลังผ่าตัดอาจต้องพักฟื้นที่โรงพยาบาล 3 – 5 วัน
การผ่าตัดรั้งท่อปัสสาวะโดยคล้องท่อปัสสาวะขึ้น ใช้สายเนื้อเยื่อต่าง ๆ เป็นสายคล้องท่อปัสสาวะขึ้นทางหน้าท้อง และผูกติดกับผนังหน้าท้อง หรือกระดูกหัวหน่าว วิธีนี้ได้ผลใกล้เคียงกับการผ่าตัดผ่านทางหน้าท้อง แต่แผลจะไม่สวยงามเท่า และอาจปัสสาวะลำบากในภายหลัง
การผ่าตัดโดยใช้สายเทปคล้องท่อปัสสาวะขึ้น มีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้อง แต่แผลจะมีขนาดเล็ก ฟื้นตัวเร็ว มีภาวะแทรกซ้อนน้อย และพักฟื้นเพียง 1 – 2 วันก็กลับบ้านได้
นอกจากวิธีทางการแพทย์ดังกล่าวข้างต้นแล้ว เรายังสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาภาวะกระเพาะปัสสาวะบีบตัวไวเกินไปได้อีกด้วย โดยการฝึกกลั้นปัสสาวะร่วมกับการใช้ยาควบคุมการบีบตัวของกระเพาะปัสสาวะ เนื่องจากในผู้ป่วยแต่ละรายมีที่มาของอาการปัสสาวะเล็ดแตกต่างกัน จึงควรปรึกษาแพทย์ให้เข้าใจกันถึงปัญหา ก่อนเข้ารับการรักษาต่อไปนะคะ

“ปัสสาวะเล็ด” หรือเรียกโรคนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า “อาการช้ำรั่ว” (Urinary Incontinence) เป็นภาวะที่ทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดที่เกิดได้กับทุกเพศ เริ่มจากวัยทำงานไปจนถึงเริ่มเข้าวัยทอง สาเหตุจากความผิดปกติของระบบประสาทหรือกล้ามเนื้อของกระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ และความอ่อนแอของอุ้งเชิงกราน ซึ่งอย่างหลังมักเกิดขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น และในบางกรณีก็เกิดจากนิ่วหรือเนื้องอกในทางเดินปัสสาวะได้ ทั้งนี้จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงจะดีที่สุด

สล็อตออนไลน์

ปัสสาวะเล็ด…เริ่มได้ตั้งแต่อายุ 30 ปี!!!
พฤติกรรมง่ายๆ ที่ทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ด ได้แก่ ไอ จาม หัวเราะ ซึ่งทำให้เกิดความดันในช่องท้องจนเกิดปัสสาวะเล็ดออกมาได้ แต่ระดับความรุนแรงอาจแตกต่างกัน หากไม่รุนแรงมากอาจจะใช้เวลาไม่นานก็สามารถรักษาให้หายได้ ระหว่างนั้นอาจจะใช้แผ่นซับปัสสาวะไปพลางๆ ก่อน แต่บางกรณีอาจจะต้องพบแพทย์เพื่อปรึกษาหารือวิธีรักษากันต่อไป

วิธีรักษา…เมื่อปัสสาวะเล็ด
มีตั้งแต่วิธีง่ายๆ ที่สามารถทำด้วยตัวเองได้ จนต้องพบแพทย์หากเป็นขั้นรุนแรง

  • หัดปัสสาวะให้เป็นนิสัย หัดควบคุมการถ่ายปัสสาวะไม่ให้บ่อยเกินไป ซึ่งปกติคือปัสสาวะทุก 3-4 ชั่วโมง หรือวันละ 4-8 ครั้ง หากมากกว่านี้ถือว่ามากเกินไป
  • บริหารอุ้งเชิงกรานให้แข็งแรง ด้วยการขมิบกล้ามเนื้อบริเวณนี้ (รอบช่องคลอด) อย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ เช่น ขมิบค้างไว้ 5 วินาที และค่อยๆ ขยับเป็น 15 วินาที ในรายที่เป็นไม่รุนแรงน่าจะสามารถช่วยให้จำนวนครั้งในการเล็ดค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ
  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพราะหากดื่มน้ำน้อยเกินไป อาจทำให้ปัสสาวะเข้มข้นและทำให้เกิดการระคายเคืองที่กระเพาะปัสสาวะได้ และควรงดเว้นเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์รวมทั้งน้ำอัดลม เพราะจะยิ่งระคายเคืองและกระตุ้นให้เกิดปวดปัสสาวะบ่อยขึ้นได้

jumboslot

  • ลดน้ำหนัก เพราะในบางรายที่มีน้ำหนกตัวมากเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปัสสาวะเล็ดได้
  • รักษาด้วยการทานยา หรือหากรุนแรงแพทย์อาจพิจารณาให้รับการผ่าตัด ซึ่งส่วนมากจะผ่าตัดที่บริเวณท่อปัสสาวะ

มีผู้หญิงวัยทำงานหลายคนที่ประสบปัญหาปัสสาวะเล็ดในการดำเนินชีวิตประจำวันและมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพราะการใช้ชีวิตในสังคมเมือง ทำให้ละเลยการเข้าห้องน้ำ อั้นปัสสาวะกันจนเคยชิน รวมถึงการดื่มน้ำมากเกินไป นั่นทำให้ปัสสาวะเล็ดเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เกิดขึ้นได้

เมื่อเกิดภาวะปัสสาวะเล็ดขึ้นแล้ว จะส่งผลกระทบทั้งทางร่างกายและจิตใจ หลายคนต้องตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก ทำให้นอนพักผ่อนไม่เพียงพอ กลางวันก็ไม่สามารถทำงานได้เต็มที่ เพราะต้องลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยๆ เมื่อต้องเดินทางก็เกิดความกังวลว่าจะเข้าห้องน้ำที่ไหนดี ผู้หญิงหลายคนรู้สึกอายจนทำให้ไม่อยากเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในสังคม

นอกจากนี้ ยังต้องมีค่าใช้จ่ายในส่วนของผ้าอนามัยหรือแผ่นรองซับเพิ่มขึ้น ปัสสาวะเล็ดเป็นปัญหาที่บั่นทอนคุณภาพชีวิตในสังคม ทำให้มีปัญหาในการปรับตัวเข้ากับสังคม การใช้ชีวิตประจำวัน การประกอบอาชีพ การดูแลทำความสะอาดสรีระร่างกาย รวมถึงปัญหาในเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ ทำให้เกิดความเครียด กังวล เกิดเป็นปมด้อย และอาจทำให้มีอาการซึมเศร้าตามมา

slot

ปัสสาวะเล็ด โดยส่วนใหญ่พบในผู้หญิงอายุ 35 ปีขึ้นไป และพบได้บ่อยในผู้สูงอายุ สำหรับผู้ชายจะพบปัญหาปัสสาวะเล็ดราดได้น้อยกว่า โดยพบในผู้ชายอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป เนื่องจากผู้ชายมีกล้ามเนื้อหูรูดกระเพาะปัสสาวะที่แข็งแรงกว่า และมีต่อมลูกหมากที่ช่วยป้องกันไม่ให้ปัสสาวะเล็ด จึงทำให้พบภาวะนี้ได้น้อยกว่าผู้หญิง

โดยปกติแล้ว การปัสสาวะเป็นกลไกการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกายอย่างหนึ่ง ซึ่งจะช่วยกำจัดของเสียในร่างกายและควบคุมปริมาณของน้ำในร่างกายให้สมดุล ในแต่ละวันคนเราจะปัสสาวะออกมาประมาณ 1- 1.5 ลิตร ปริมาณของน้ำปัสสาวะจะมากหรือน้อยขึ้นกับปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ ชนิดของอาหารและเครื่องดื่ม และการเสียน้ำของร่างกายในทางอื่นๆ แต่คนที่มีภาวะ ปัสสาวะเล็ด จะมีความผิดปกติในการขับถ่ายปัสสาวะ ซึ่งเกิดจากความผิดปกติในการทำงานของอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการขับถ่ายปัสสาวะ เช่น สมองและระบบประสาทที่ควบคุมการกลั้นและการขับปัสสาวะ ไต หลอดไต กระเพาะปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ ระบบหูรูด และกล้ามเนื้อในอุ้งเชิงกราน