วิธีสร้างภูมิคุ้มกันโรค

ใครบ้างจะอยากป่วย เพราะนอกจากจะรู้สึกทรมานแล้ว ยังทำให้เสียเวลาในการพักรักษาตัวอีกด้วย แต่รู้หรือไม่ว่า เพียงแค่เราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่าง ก็สามารถช่วยสร้าง ภูมิคุ้มกันโรค และลดความเสี่ยงจากการเจ็บป่วยได้แล้ว มาดูกันดีว่าวิธีเด็ดๆ ในการสร้างภูมิคุ้มกันที่เรานำมาฝากนั้นมีอะไรบ้าง ไปเริ่มต้นสู่การมีสุขภาพดีกันตั้งแต่ต้นปีเลย!

เครดิตฟรี

8 วิธีสร้าง ภูมิคุ้มกันโรค

  1. ออกกำลังกายทุกวัน
    การออกกำลังกายเป็นยาครอบจักรวาลที่ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันโรค ให้คุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกกำลังกายเป็นประจำอย่างน้อยวันละ 30 นาที จะทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับเชื้อโรคที่มองไม่เห็น และช่วยลดโอกาสการเป็นโรคสุดฮิตอย่างไข้หวัด ลงไปได้เยอะ หรืออย่างน้อยที่สุด ก็สามารถช่วยให้คุณหายป่วยเร็วขึ้นได้
  2. ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ
    การดื่มน้ำเปล่า นอกจากจะทำให้ร่างกายชุ่มชื้นแล้ว ยังเป็นตัวกระตุ้นที่สำคัญในการช่วยให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดี การดื่มน้ำเมื่อไม่สบาย ยังช่วยกำจัดโรคที่กำลังก่อตัวขึ้นได้อีกด้วย แต่ต้องระวังว่า อย่าดื่มน้ำระหว่างทานอาหารมากเกินไป เพราะจะทำให้มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อขึ้นมาได้เหมือนกัน
  3. นอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ
    การอดนอนจะทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น การนอนหลับอย่างเพียงพอในแต่ละคืน ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติได้
  4. เลิกสูบบุหรี่ พยายามหลีกเลี่ยงควันบุหรี่
    การสูบบุหรี่ หรือแม้แต่การสูดควันบุหรี่เข้าปอด สามารถก่อให้เกิดโรคร้ายมากมาย ทั้งโรคปอด โรคมะเร็ง รวมไปถึงโรคไอเรื้อรัง และทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง

สล็อต

  1. กินวิตามินซีอย่างเพียงพอ
    วิตามินซี สามารถช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายได้เป็นอย่างดี หากร่างกายได้รับวิตามินซีอย่างน้อย 400 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย คุณก็จะแทบไม่เป็นหวัดอีกเลย โดยคุณสามารถเลือกกินวิตามินซีได้ทั้งจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริม หรือทานผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงอย่างผลไม้ตระกูลส้ม ตระกูลเบอร์รี่ หรือแม้แต่พริกที่เผ็ดร้อน
  2. ออกไปรับแสงแดดบ้าง
    ในแสงแดดมีวิตามินดีอยู่ การหมกตัวอยู่แต่ในที่ร่ม หรืออยู่แต่ในห้องแอร์ ทำให้ร่างกายขาดวิตามินดีที่ช่วยให้คุณมีสุขภาพดี มีกระดูกและฟันที่แข็งแรง นอกจากนี้ การทานวิตามินดีร่วมกับวิตามินเอและวิตามินซี ยังสามารถช่วยป้องกันโรคหวัดได้อีกด้วย
  3. อย่าละเลยธาตุสังกะสี
    สังกะสี หรือซิงก์ เป็นแร่ธาตุตามธรรมชาติที่ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้อีกชนิดหนึ่ง ทั้งยังเป็นตัวช่วยในการต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้อีกด้วย ซึ่งอาหารที่มีธาตุสังกะสีสูง มักจะมีโปรตีนสูงด้วย เช่น ปู หอยนางรม หมู ถั่ว สัตว์ปีก โยเกิร์ต
  4. ทำจิตใจให้ผ่องใส่ ลดความเครียด
    ความเครียด นอกจากจะส่งผลให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกันของร่างกายเพิ่มขึ้น ทำให้ภูมิต้านทานโรคลดลงจนเกิดการติดเชื้อได้ง่ายแล้ว ยังทำให้หัวใจเต้นแรง และเร็วผิดปกติ หายใจถี่ กล้ามเนื้อมีอาการเกร็ง การทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้หยุดชะงัก เพิ่มกรดในกระเพาะอาหารจนทำให้รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนและปวดท้องได้

สล็อตออนไลน์

ทั้ง 8 ข้อที่กล่าวมา ไม่น่าจะยากเกินไปเพื่อนำไปปฎิบัติสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายต้านภัยจากโรคต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นปี

กักตัวอยู่บ้าน กับ 8 อาหารเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

อาหารที่ช่วยเพิ่มปริมาณเซลล์เม็ดเลือดขาวและที-เซลล์
ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ อุดมไปด้วยวิตามินซี ไบโอฟลาโวนอยด์และสารพฤกษเคมี ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาวและเกรปฟรุต มีวิตามินซี ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์เม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค
ปลา มีกรดไขมันโอเมก้า 3 และไขมันที่มีประโยชน์ ทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวทำงานได้ดีขึ้นและช่วยให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พริกหยวกสีแดง มีวิตามินซีเป็นสองเท่าของผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน
โยเกิร์ต เป็นแหล่งของวิตามินดีและมีจุลินทรีย์มีชีวิตชนิดดี ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ชาเขียว เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระแคทิชิน และกรดอะมิโนที่มีชื่อว่า แอล-ธีอะนีน ซึ่งอาจมีส่วนช่วยในการสร้างสารประกอบที่ช่วยต่อสู้กับเชื้อโรคให้กับที-เซลล์
ขิง เปรียบเสมือนยาปฏิชีวนะตามธรรมชาติและเป็นตัวกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอาการเจ็บคอและภาวะอักเสบต่างๆ
ขมิ้นชัน สมุนไพรที่เชื่อกันมานานว่าช่วยต่อต้านการอักเสบ สารเคอร์คูมินที่อยู่ภายในขมิ้นชันช่วยเพิ่มปริมาณและกระตุ้นการทำงานของที-เซลล์

jumboslot

  1. ลดความเครียด..อารมณ์เครียดจะส่งผลเพิ่มการหลั่งฮอร์โมนที่มีฤทธิ์กดภูมิคุ้มกัน ของร่างกาย ทำให้ภูมิต้านทานต่อโรคต่างๆ ลดลงจึงเกิดการติดเชื้อได้ง่าย จึงไม่ควรปล่อยให้ตัวเองเครียด
  2. นอนหลับให้เพียงพอ..การนอนไม่พอนั้นมีผลลดการ สร้างเซลล์ในระบบภูมิต้านทาน เช่น แอนติบอดี โดยการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโก ในผู้ที่นอนหลับคืนละ 7 ชม. เป็นเวลา 4 วัน แล้วให้วัคซีนไข้หวัด พบว่าคนกลุ่มนี้จะสามารถสร้างแอนติบอดี ซึ่งเป็นเซลล์ในระบบภูมิต้านทาน ต่อเชื้อไข้หวัดได้มากกว่าผู้ที่นอนหลับคืนละ 4 ชม. ถึง 50%
  3. ดื่มน้ำเปล่ามากๆ.. อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว น้ำจะช่วยเพิ่มสารคัดหลั่งและความชุ่มชื้นของเยื่อบุผิวในท่อทางเดินหายใจส่วนบน ที่จะช่วยป้องกัน และดักจับฝุ่นละอองหรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกาย
  4. ออกกำลังกายอย่างพอเหมาะเป็นประจำ.. นอกจากช่วยให้กล้ามเนื้อร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยขับของเสียผ่านทางเหงื่อ และเพิ่มปริมาณการไหลเวียนเลือดทำให้เซลล์ต่างๆ ในระบบภูมิต้านทาน เช่น แอนติบอดี และเม็ดเลือดขาว เดินทางไปทำลายสิ่งแปลกปลอมและเชื้อโรคที่บริเวณอวัยวะต่างๆ ได้เร็วขึ้น
  5. รับประทานอาหารให้ครบถ้วนเพียงพอตามหลักโภชนาการ.. โดยเฉพาะอาหารเสริมภูมิต้านทาน อย่างเช่น ผัก ผลไม้ ที่มีเบต้าแคโรทีน วิตามินซี วิตามินอี วิตามินบี และแร่ธาตุ บางชนิด ได้แก่ ซีลีเนียม และสังกะสี ซึ่งมีผลเพิ่มการสร้างเซลล์ต่างๆ ในระบบภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ เบต้าแคโรทีน วิตามินซี และอี ยังช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันเซลล์ต่างๆ ของร่างกายจากการถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระอันเป็นตัวการก่อมะเร็งได้อีกด้วย
  • เบต้าแคโรทีน มีมากในผักและผลไม้ที่มีสีเหลืองหรือส้มจัด ผักใบเขียวจัด เช่น ผักบุ้ง ฟักทอง แครอท มะละกอ มะม่วงสุก มะเขือเทศ
  • วิตามินซี พบในผักใบสีเขียวต่างๆ และผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง
  • วิตามินอี พบในน้ำมันพืชประเภทน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันรำข้าว งา ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่างๆ ข้าวกล้อง จมูกข้าวสาลี ผักใบเขียว

slot

  • วิตามินบี พบในผักใบเขียว นม เนื้อสัตว์ ถั่วต่าง ๆ ตับ ไข่ และธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวซ้อมมือ
  • ซีลีเนียม พบในอาหารทะเล ตับ ไต เนื้อสัตว์ กระเทียม ไข่ และธัญพืช
  • สังกะสี พบในเนื้อวัว นม และถั่วต่าง ๆ
  • กระเทียม เป็นเครื่องเทศที่มีฤทธิ์เสริมภูมิต้านทาน โดยสารอัลลิซิน (allicin) และซัลไฟด์ (sulfides) ในกระเทียมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค เป็นสารต้านอนุมูลอิสระด้วย
  • กรดโอเมก้า 3 เป็นกรดไขมันที่จำเป็นสำหรับการสร้างเม็ดเลือดขาว และแอนติบอดี พบมากในปลาทะเล เช่น แซลมอน ทูน่า แมคเคอเรล ซาร์ดีน และธัญพืชบางชนิด เช่น ถั่ววอลนัท เมล็ดปอ รวมทั้งพืชผักใบเขียว
  • โยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์และโตแบคทีเรีย (kactibacterua) เช่น แลคโตบาซิลัส แอซิโดฟิลัส (lactobacillus adidophilus) ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยจะยับยั้งการเกิดจุลินทรีย์ตัวร้ายในระบบย่อยอาหาร เช่น แบคทีเรีย รา หรือยีสต์ รวมทั้งยังกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาวและแอนติบอดีให้กำจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
  1. หลีกเลี่ยงอาหารหรือพฤติกรรมที่ส่งผลให้ภูมิต้านทานอ่อนแอลง เช่น เลี่ยงการกินอาหารหวานจัด ไม่ดื่มแอลกอฮอล์เกินวันละ 2 แก้ว ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป

ด้วยวิธีง่าย ๆ ใกล้ตัวเราเหล่านี้ก็จะสามารถคงไว้ซึ่งสุขภาพที่แข็งแรง ปราศจากโรคร้ายต่างๆ และสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขไปนานๆ