อันตรายจากเห็ดพิษ

อันตรายจากเห็ดพิษ
รูปแบบของเห็ดเป็นพิษ แยกออกมาจากเห็ดไม่มีพิษได้ยากมากมาย จำนวนมากจะใช้แนวทางดูจากลักษณะด้านนอก โดยผู้เชี่ยวชาญ ครั้งคราวเห็ดได้ถูกเก็บไว้นาน ถูกความร้อน ถูกทับ ทำให้ลักษณะมีการเปลี่ยน หรือการเติบโตในระยะต่างๆกัน ซึ่งทำให้รูปร่างคล้ายกัน อาจจะเป็นผลให้มองบกพร่องได้ ราษฎรมักมีความเชื่อเกี่ยวกับกรรมวิธีการมองเห็ดพิษรวมทั้งเห็ดกินได้หลายแนวทางนานับประการตามแคว้น ซึ่งก็พบว่าประชาชนมีความเชื่อที่ไม่ถูกเกี่ยวกับเห็ดดังต่อไปนี้ เป็น

สล็อตออนไลน์

  1. เห็ดพิษ เมื่อเอามาต้มกับช้อนเงินจะก่อให้ช้อนเงินแปลงเป็นสีดำ
  2. เห็ดพิษเปลี่ยนสีกระเทียมหรือข้าวสารเป็นสีดำ
  3. อาการพิษของเห็ดจะเกิดขึ้นในทันทีข้างหลังรับประทานเห็ด
  4. เห็ดที่มีสีสดเป็นเห็ดเป็นพิษ ส่วนสีจาง ขาว มักกินได้
  5. เห็ดพิษทุกประเภทถ้าเอามาทำให้สุกก่อนที่จะทำลายพิษได้
  6. แม้มีรอยแทะเล็มของแมลง หมา หนู คนก็กินได้
  7. สามารถทำลายพิษเห็ดได้ ถ้าเกิดต้มกับน้ำส้มหรือเกลือ
  8. ถ้าหากใส่นมหรือไข่ลงไป แล้วนอนก้น มีความหมายว่าเห็ดเป็นพิษ
    โดยสรุปแล้ว ไม่มีแนวทางทดลองใดที่จะสามารถแยกเห็ดพิษออกมาจากเห็ดไม่มีพิษเด็ดขาด เป็นต้นว่า เห็ดไข่ห่าน (Amanita caecaris) ที่เป็นที่ชื่นชอบของคนทางภาคเหนือรวมทั้งอีสาน แม้กระนั้นเห็ดระโงกหิน (Amanita phallaides) ที่เป็นพิษรุนแรงถึงกับขนาดทำให้เสียชีวิต และก็กว่าจะออกอาการของการเกิดพิษก็ใช้เวลา 6-1 วัน (เฉลี่ย 12 ชั่วโมง) เห็ดพิษจำพวกนี้พบได้มากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้มีข่าวสารทางหน้าหนังสือพิมพ์เกี่ยวกับการกินเห็ดแล้วทำให้เสียชีวิต อย่างที่เข้าใจดีแล้วว่าการแยกชนิดของเห็ดนั้นแยกได้ยาก
    อาการเป็นพิษจากการกินเห็ดที่พบมาก อาทิเช่น

jumboslot

อ้วก คลื่นไส้ เจ็บท้อง แล้วก็ถ่ายเหลว ซึ่งผู้เจ็บป่วยจะมีลักษณะอาการภายหลังรับประทานเห็ดพิษได้ 5 นาทีแรกจนกระทั่ง 36 ชั่วโมง แต่ว่ามักเกิดขึ้นภายหลังจากรับประทานเห็ดเป็นระยะเวลานานจนกระทั่งบางโอกาสบางทีอาจลืมไปว่าได้รับประทานเห็ดมาก่อน ด้วยเหตุผลดังกล่าว แม้มีผู้ที่เจ็บป่วยจากโรคของกินเป็นพิษในช่วงนี้ ควรจะนึกถึงเห็ดพิษเหตุว่าบางทีอาจเป็นต้นเหตุของการป่วย เนื่องจากว่าความเป็นมาที่ถูกกระจ่าง จะช่วยทำให้หมอวินิจฉัยโรคและก็ให้การรักษาได้อย่างแม่นยำเร็วทันใจ เพราะเห็ดพิษบางประเภทเป็นพิษต่อตับและก็ไต นำมาซึ่งการก่อให้เกิดภาวการณ์ตับแล้วก็ไตวาย ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญที่ทำให้คนเจ็บโดยมากเสียชีวิต แม้กระนั้น ถ้าเกิดเจอผู้เจ็บป่วยที่ได้รับพิษที่เกิดจากการกินเห็ด การรักษาพยาบาลเบื้องต้นพื้นฐานที่สำคัญที่สุดเป็นทำให้ผู้เจ็บป่วยคลื่นไส้เอาเศษอาหารที่หลงเหลือออกมาให้สูงที่สุด และก็ตามด้วยการดูดพิษจากทางเดินอาหารของคนไข้ โดยใช้น้ำอุ่นผสมผงถ่าน (Activated Charcoal) ดื่ม 2 แก้ว โดยแก้วแรกให้ล้วงคอคลื่นไส้ออกมาก่อนแล้วจึงดื่มแก้วที่ 2 แล้วล้วงคอให้คลื่นไส้ออกมาอีกที ถ้าผู้เจ็บป่วยคลื่นไส้ออกยาก ให้ใช้โซเดียมคลอไรด์ 3 ช้อนชาผสมน้ำอุ่นดื่ม จะมีผลให้อ้วกง่ายมากยิ่งขึ้น แม้กระนั้นขั้นตอนการทำให้คลื่นไส้นี้ห้ามใช้กับเด็กอายุน้อยกว่า 5 ขวบ ภายหลังจากดูแลรักษาพยาบาลเบื้องต้นคนไข้แล้ว ให้รีบนำส่งโรงหมอโดยเร็ว และเก็บเนื้อเก็บตัวอย่างเห็ดพิษที่ยังเหลืออยู่ส่งให้ข้าราชการสาธารณสุขในพื้นที่ด้วย
ข้อควรระวังสำหรับในการรับประทานเห็ด

เครดิตฟรี

  1. การกินของกินที่มีเห็ด ควรจะรับประทานแต่ว่าพอเหมาะ อย่ารับประทานจนกระทั่งอิ่มมากจนเกินไป เนื่องจากเห็ดเป็นของกินที่ย่อยยาก อาจส่งผลให้คนที่มีระบบระเบียบย่อยของกินที่อ่อนแอ กำเนิดอาการเป็นพิษได้
  2. การทำอาหารที่ประกอบขึ้นด้วยเห็ด ต้องระวัง คัดเลือกเห็ดที่บูดเน่าออก เพราะเหตุว่าเห็ดที่เน่าจะก่อให้กำเนิดอาการของกินเป็นพิษได้เช่นเดียวกัน
  3. อย่าทานอาหารที่ปรุงขึ้น ครึ่งดิบครึ่งสุกหรือเห็ดดิบดอง เนื่องจากเห็ดบางประเภท ยังจะเป็นพิษอย่างอ่อนคงเหลือ ผู้รับประทานจะไม่มีสติว่าเป็นพิษ จนกระทั่งเมื่อรับประทานหลายครา ก็จะสะสมพิษมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเป็นพิษรุนแรงถึงขั้นตายได้ในคราวหลัง ด้วยเหตุผลดังกล่าวควรต้องต้มให้สุกก่อนรับประทานทุกคราว
  4. คนที่รู้สึกตัวเองว่าเป็นโรคภูมิแพ้เกี่ยวกับเห็ดบางจำพวก หรือกับเห็ดทั้งสิ้น ซึ่งหากรับประทานเข้าไปแล้ว จะมีผลให้กำเนิดอาการเบื่อเมา หรือของกินเป็นพิษ จึงต้องควรรอบคอบ รับประทานเฉพาะเห็ดที่กินได้โดยไม่แพ้ หรือหลบหลีกที่เกิดจากการกินเห็ด
  5. ระแวดระวังอย่ารับประทานเห็ดกับดื่มสุรา (แอลกอฮอล์) ด้วยเหตุว่าเห็ดบางประเภทจะกำเนิดพิษในทันที ถ้าดื่มสุราข้างหลังการกินเห็ดแล้ว ด้านใน 48 ชั่วโมง อาทิเช่น เห็ด Coprinus atramentarius ฯลฯ หรือแม้กระทั้งเห็ดพิษอื่นทั่วๆไป ถ้าหากดื่มสุราเข้าไปด้วย ก็จะเป็นการช่วยทำให้พิษกระจัดกระจายได้เร็วรวมทั้งร้ายแรงขึ้นอีก
    การรักษาพยาบาลเบื้องต้นผู้ที่รับประทานเห็ดเป็นพิษ

สล็อต

  1. ซักไซ้ไล่เลียงผู้ป่วย
  2. ทำให้คลื่นไส้
  3. รีบนำส่งโรงหมอโดยทันที
    ขั้นตอนการทำให้คลื่นไส้
  4. ใช้นิ้วล้วงคอ หรือใช้วัตถุปลายทื่อ เป็นต้นว่า ด้ามช้อน ไม้พันสำลี กระตุ้นรอบๆโคนลิ้น
  5. ไข่ขาวดิบ ขนาดที่ใช้ เด็ก 4 ฟอง คนแก่ 8 ฟอง
  6. กลืนน้ำเชื่อมไอพีแค็ก ขนาดที่ใช้
  • เด็ก 1 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 1-2 แก้ว
  • คนแก่ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 1-2 แก้ว
    อย่าลืม ถ้าหากเป็นได้ให้นำเห็ดและก็คลื่นไส้ไปโรงหมอด้วย