การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส

การรักษาผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส
การรักษาโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสขึ้นอยู่กับอาการที่เกิดขึ้น และระดับความรุนแรงของอาการนั้น ๆ โดยวิธีรักษาที่นิยมใช้ ได้แก่

เครดิตฟรี

การรักษาด้วยยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroids)

ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ชนิดทาภายนอกในกลุ่มที่มีฤทธิ์แรง (High potency) อาจช่วยเร่งให้ตุ่มใสหายเร็วขึ้นได้ แนะนำให้คุณทายาแล้วใช้พลาสติกแรป หรือฟิล์มยืดถนอมอาหารพันไว้ หรืออาจประคบบริเวณนั้นด้วยผ้าอุ่น เพื่อให้ตัวยาซึมเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น

ในกรณีที่อาการรุนแรง แพทย์อาจสั่งให้คุณรับประทานยาคอร์ติโคสเตียรอยด์ด้วย เช่น เพรดนิโซโลน (Prednisolone) แต่การใช้งานควรอยู่ใต้การดูแลของแพทย์หรือเภสัชกร เพราะการใช้ยานานเกินไป หรือใช้ในขนาดยาที่มากเกินไป อาจส่งผลให้เกิดผลข้างเคียงรุนแรงได้

การรักษาด้วยยากดภูมิคุ้มกันชนิดทาภายนอก

ยากดภูมิคุ้มกันชนิดทาภายนอก เช่น ยาทาโครลิมัส (Tacrolimus) ยาพิเมโครลิมัส (Pimecrolimus) อาจเป็นตัวเลือกในการรักษาที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการใช้ยาที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์มากเกินไป แต่ยาชนิดนี้ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อที่ผิวหนังได้

การฉีดโบทูลินัมท็อกซิน

โบทูลินัมท็อกซิน (Botulinum toxin) เป็นสารพิษที่สกัดมาจากแบคทีเรียคลอสตริเดียมโบทูลินัม (Clostridium botulinum) นิยมใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ รวมถึงโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสที่มีอาการรุนแรงด้วย

การรักษาด้วยแสง (Phototherapy)

หากรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผล แพทย์อาจแนะนำให้คุณเข้ารับการรักษาด้วยแสง โดยแพทย์จะใช้แสงอัลตราไวโอเลต (แสงยูวี) หรือแสงอาทิตย์เทียม ร่วมกับการให้คุณรับประทานยา หรือใช้ยาทาที่มำให้การรักษาด้วยแสงมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สล็อต

การปรับเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเอง
การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองที่ช่วยรับมือกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใส
การเปลี่ยนไลฟ์สไตล์และการเยียวยาตนเองดังต่อไปนี้ จะช่วยให้คุณรับมือกับโรคผื่นผิวหนังอักเสบชนิดตุ่มใสได้ดีขึ้น

ประคบเย็น ครั้งละ 15 นาที วันละ 2-3 ครั้ง เพื่อบรรเทาอาการคัน
ลดอาการคันด้วยยาต้านฮิสตามีน หรือยาแก้แพ้ เช่น ยาไดเฟนไฮดรามีน (Diphenhydramine) ยาลอราทาดีน (Loratadine)
ทาครีมบำรุงผิว เพื่อบรรเทาอาการผิวแห้ง และลดอาการคัน
หลีกเลี่ยงกับสิ่งกระตุ้นอาการ เช่น เครื่องประดับที่มีนิกเกิล ปูซีเมนต์
หากคุณมีข้อสงสัย โปรดปรึกษาแพทย์เพื่อให้เข้าใจได้ดีขึ้นถึงวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

สล็อตออนไลน์

หากคุณมีอาการคันผิวหนัง จากนั้นอาการคันก็เปลี่ยนเป็นผื่นแดง แถมอาการผื่นยังกำเริบเป็นระยะ อาจเป็นสัญญาณว่าคุณเป็น โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) ซึ่งควรปรึกษาแพทย์ และโรคผิวหนังประเภทนี้มักจะพบบ่อยในเด็ก แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นได้เช่นกัน แล้วโรคผิวหนังอักเสบคืออะไร และสาเหตุที่พบบ่อยของโรคผิวหนังอักเสบมีอะไรบ้าง

โรคผิวหนังอักเสบคืออะไร

โรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) หรือบางครั้งอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า โรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) ซึ่งเป็นประเภทของโรคผิวหนังอักเสบที่พบบ่อยที่สุด ผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบมักจะมีอาการแพ้ หรืออาการหอบหืด พร้อมกับอาการคันผิวหนังและผื่นแดง นอกจากกนี้โรคผิวหนังอักเสบแต่ละประเภท ยังมีอาการและตัวกระตุ้นที่แตกต่างกันออกไป

โดยปกติโรคนี้แล้วมักจะเกิดขึ้นในเด็ก แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัย และถือเป็นโรคเรื้อรัง ที่สามารถทำให้มีอาการผื่นแดงกำเริบเป็นระยะ และอาจมาพร้อมกับโรคหอบหืดหรือไข้ละอองฟาง (Hay fever) หากคุณเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังควรไปพบคุณหมอ และการรักษารวมถึงการดูแลสุขภาพร่างกาย จะสามารถบรรเทาอาการคันและป้องกันไม่ให้อาการกำเริบได้

อาการของโรคผิวหนังอักเสบ

อาการของโรคผิวหนังอักเสบจะแตกต่างกันไปในแต่ละคน โดยมักจะมีอาการดังต่อไปนี้

jumboslot

ผิวแห้ง
คัน และมีอาการคันอย่างรุนแรง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน
ผิวแดงขึ้น หรือมีรอยสีน้ำตาลอมเทาขึ้นเป็นหย่อมๆ บนผิวหนัง โดยเฉพาะบริเวณมือ เท้า หัวเข่า ข้อมือ คอ หน้าอกด้านบน เปลือกตา ข้อพับบริเวณศอกหรือหัวเข่า และในเด็กทารกอาจมีอาการบริเวณใบหน้าและหนังศีรษะ
ผิวหนาขึ้น แตก แห้ง และเป็นสะเก็ด
ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ผิวบวมแดงจากการเกา
ผู้ที่เป็นโรคนี้มักมีอาการเริ่มต้น ก่อนอายุ 5 ปี และหลายคนมีอาการต่อจนถึงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ มากไปกว่านั้น สำหรับบางคนอาการผื่นแดงจะเกิดขึ้นเป็นระยะ และอาจจะหายไปช่วงระยะเวลาหนึ่ง หรือเป็นเวลาหลายปี

สาเหตุที่พบบ่อยของโรคผิวหนังอักเสบ

โรคผิวหนังอักเสบ สัมพันธ์กับการแปรผันทางพันธุกรรม (genetic variation) ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพผิวหนัง โดยปกติแล้วผิวหนังที่แข็งแรง จะช่วยกักเก็บความชุ่มชื่นของผิว และป้องกันแบคทีเรีย การระคายเคือง รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ แต่การเป็นโรคผิวหนังอักเสบจะส่งผลต่อความสามารถของผิวหนัง ในการป้องกันสิ่งต่างๆ เหล่านี้

ในปัจจุบันแพทย์ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคผิวหนังอักเสบ (Eczema) ซึ่งประเภทที่พบบ่อยที่สุดคือ โรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ หรือโรคภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) ที่จะมีลักษณะคล้ายกับโรคภูมิแพ้ (Allergy) แต่อาการระคายเคืองผิวที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่อาการแพ้ และมักจะเกิดขึ้นในวัยเด็กมากกว่าวัยผู้ใหญ่

มากไปกว่านั้น ปัจจุบันมีแนวคิดที่ว่าโรคผิวหนังอักเสบ อาจเกิดจากขึ้นจากหลายปัจจัย ได้แก่

slot

พันธุศาสตร์
การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันผิดปกติ
สภาพแวดล้อม
กิจกรรมบางอย่าง ที่อาจทำให้ผิวหนังอ่อนแอลง
ความผิดปกติของผิวหนังในชั้นเกราะป้องกันผิว (Skin barrier) ที่อาจทำให้ผิวไม่กักเก็บความชุ่มชื้น และเชื้อโรคผ่านทางผิวหนังได้ง่าย
สาเหตุของโรคผิวหนังอักเสบ เกิดจากตัวกระตุ้นหรือเปล่า

ตัวกระตุ้น (Triggers) อาจไม่ใช่สาเหตุของการเกิดโรคผิวหนังอักเสบ แต่สามารถทำให้เกิดผื่นแดงบนผิวหนัง หรืออาจทำให้อาการผื่นแดงแย่ลง

ตัวกระตุ้นที่พบได้บ่อยที่สุดคือ สารที่ทำให้ผิวหนังระคายเคือง ตัวอย่างเช่น ในผู้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบหลายคน ขนสัตว์หรือเส้นใยต่างๆ ที่สัมผัสกับผิว สามารถกระตุ้นอาการผื่นแดงได้ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ระคายเคืองผิว ได้แก่

สบู่ และน้ำยาทำความสะอาดผิว
น้ำหอม
เครื่องสำอาง
ฝุ่นละอองและทราย
คลอรีน
ตัวทำละลาย (Solvents)
สารระคายเคือง
ควันบุหรี่