อาการออฟฟิศซินโดรม

มีใครที่ต้องทำงานนั่งโต๊ะ 8 ชั่วโมง 5วัน ต่อสัปดาห์บ้างคะ? ดีไม่ดีหลายคนอาจจะนั่งยาวไปเกิน 10 ชั่วโมงต่อวัน ยิ่งถ้าช่วงงานเยอะ ๆ ลูกค้าเร่งงาน แถมยังต้องทำโอทีพ่วงเข้าไปอีก เจอสภาพแบบนี้ไปนาน ๆ ต่อเนื่องกัน ย่อมส่งผลให้ร่างกายสุขภาพแย่ และอาจทำให้เกิด อาการออฟฟิศซินโดรม ได้ด้วยนะ

เครดิตฟรี

อาการออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) เป็นเรื่องที่มักเจอกับกลุ่มคนที่ทำงานออฟฟิศ หรือกลุ่มคนที่ต้องนั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นระยะเวลานาน ต่อเนื่องหลายชั่วโมง ซึ่งการนั่งทำงานที่โต๊ะนาน ๆ โดยไม่ได้มีการพักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถ ส่งผลให้เกิดอาการตึงไหล่ ปวดหลัง กล้ามเนื้อเกร็งจนอาจลามกลายเป็นความเครียด และส่งผลถึงสุขภาพร่างกายทั้งหมดด้วย

แล้วการทำงานหนักขนาดนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเราบ้างนะ

• ออฟฟิศซินโดรมทำให้ปวดหลัง ปวดไหล่ : เพราะการนั่งทำงานนาน ๆ ไม่ได้ขยับร่างกาย หรือนั่งทำงานในท่าทางที่ไม่ถูกต้องก็ทำให้ปวดหลัง หลังยึด ไหล่ติด ปวดตึงบ่า ไปจนถึงสะบัก จะก้ม หรือเงยก็ทำได้ยาก

• ออฟฟิศซินโดรมทำให้ ปวดหัว เป็นไมเกรน : อาการออฟฟิศซินโดรมไม่ได้ส่งผลแค่ปวดเมื่อยเฉพาะบ่า ไหล่ หลัง เท่านั้น แต่ความตึงเครียดจากการนั่งทำงานนาน ๆ ใช้สายตาจ้องคอมพิวเตอร์ทั้งวัน ก็ส่งผลไปถึงอาการปวดหัว ปวดเบ้าตา สายตาอ่อนล้า ยิ่งหากมีความเครียดร่วมด้วย อาจจะไม่ใช่แค่อาการปวดหัวธรรมดา แต่สามารถบ่งบอกถึงอาการไมเกรนได้ด้วย

• ออฟฟิศซินโดรมทำให้สุขภาพแย่จาการทำงาน : หากปล่อยให้เป็นหนักขึ้น ไม่รีบรักษา อาจส่งผลกับร่างกาย หรืออวัยวะส่วนอื่น ๆ ให้เจ็บป่วยตามไปด้วยก็ได้ เมื่อเจ็บป่วยบ่อย เกิดความเครียด ก็ทำให้ไม่มีความสุข เบื่อหน่าย พาลทำให้ไม่อยากไปทำงาน อาจส่งผลหนักถึงขั้นเกิดภาวะเครียด หรือภาวะซึมเศร้าขึ้นก็เป็นได้

รักษาอาการออฟฟิศซินโดรม ได้อย่างไร?
หลายคนคิดว่า อาการนี้เป็นแป๊บ ๆ เดี๋ยวก็หาย หรือเสาร์ อาทิตย์ ไปนวดอาการคงดีขึ้น แต่เจ้าอาการนี้ไม่ได้หายกันไปง่าย ๆ นะคะ หากเรายังไม่เปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถาวร

สล็อต

จะแก้ไข หรือรักษาอาการออฟฟิศซินโดรมให้ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

• จัดท่านั่งทำงานให้เหมาะสม การนั่งทำงานในท่าทางที่ถูกต้องช่วยลดอาการปวดหลัง จากการทำงานได้
• เดินพักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถ ไม่ควรนั่งอยู่นิ่ง ๆ เป็นระยะเวลานาน ๆ ต้องเดินออกจากโต๊ะ เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อาจจะ 1-2 ชั่วโมง เดินไปห้องน้ำ หรือสูดอากาศด้านนอกห้อง เพื่อลดความเครียดจากการทำงาน
• ออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย การออกกำลังกายเป็นประจำช่วยให้กล้ามเนื้อได้ยืด อย่างการเล่นโยคะ ช่วยลดอาการกล้ามเนื้อยึดติดได้

อย่างไรก็ตาม ถ้าเราไม่แน่ใจว่ากำลังเผชิญกับ อาการออฟฟิศซินโดรม อยู่หรือไม่ หรือพยายามแก้ไขด้วยตนเองแล้วก็ยังไม่หายเสียที… การปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก็ถือเป็นทางแก้ไขที่ดีสำหรับคุณ เพื่อคืนคุณภาพชีวิตที่ดีแบบยั่งยืนได้นะคะ

เพราะพฤติกรรมในการทำงาน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในที่ทำงานและสภาพร่างกาย อาจทำให้เราละเลยสัญญาณเตือนของอาการออฟฟิศซินโดรม จากอิริยาบถในเวลาทำงาน การนั่งหลังค่อม นั่งทำงานหน้าจอคอมนานๆ แม้กระทั่งความเครียด ปัญหาเหล่านี้เราสามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับพฤติกรรมในที่ทำงาน

ออฟฟิศซินโดรม (Office syndrome) คืออะไร?

สล็อตออนไลน์


ออฟฟิศซินโดรม หรือกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อและเยื่อพังผืด (Myofascial pain syndrome) คือ อาการปวดกล้ามเนื้ออันเนื่องมาจากรูปแบบการทำงานที่ใช้กล้ามเนื้อมัดเดิมซ้ำๆ เป็นระยะเวลานานต่อเนื่อง เช่น การนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์นานเกินไป โดยไม่ขยับ ผ่อนคลายหรือปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ซึ่งอาจลุกลามจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรัง รวมไปถึงอาการชาที่บริเวณแขนหรือมือ จากการที่เส้นประสาทส่วนปลายถูกกดทับอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น การไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง และการดูแลสุขภาพของตนเองตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดออฟฟิศซินโดรมได้

อาการของออฟฟิศซินโดรม

  1. ปวดกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย เช่น คอ บ่า ไหล่ สะบัก มักมีอาการปวดเป็นบริเวณกว้าง ไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจน อาจมีอาการปวดร้าวไปบริเวณใกล้เคียงร่วมด้วยมีลักษณะอาการปวดล้าๆ ความรุนแรงมีได้ตั้งแต่ปวดเล็กน้อยเพียงรำคาญจนถึงปวดรุนแรงทรมานอย่างมาก
  2. อาการของระบบประสาทอัตโนมัติซึ่งพบร่วมได้ เช่น ซ่า วูบ เย็น เหน็บ ซีด ขนลุก เหงื่อออก ตามบริเวณที่ปวดร้าว ถ้าเป็นบริเวณคออาจมีอาการมึนงง หูอื้อ ตาพร่า
  3. อาการทางระบบประสาทที่ถูกกดทับ เช่น อาการชาบริเวณแขนและมือ รวมถึงอาการอ่อนแรง หากมีการกดทับเส้นประสาทนานจนเกินไป

การรักษาอาการออฟฟิศซินโดรม
ควรได้รับการรักษาโดยแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูที่มีความเชี่ยวชาญด้านอาการปวดกล้ามเนื้อหลังจากผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยแล้วแพทย์จะพิจารณาการรักษาที่เหมาะสมของแต่ละบุคคล เช่น

jumboslot

  1. การยืดกล้ามเนื้อที่ถูกวิธีด้วยตัวเอง
  2. การรักษาด้วยวิธีทางกายภาพบำบัด ด้วยอุปกรณ์ที่เพรียบพร้อมและทันสมัย
  3. การนวดแผนไทย
  4. การฝังเข็ม
  5. การรับประทานยา

การป้องกันการเกิดออฟฟิศซินโดรม

  1. ออกกำลังกายด้วยท่าที่เหมาะสมกับอาการ เช่น การยืดกล้ามเนื้อให้เกิดความยืดหยุ่น การออกกำลังเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ โดยต้องอาศัยความใส่ใจและความสม่ำเสมอ
  2. ปรับสภาพแวดล้อมในการทำงาน เช่น ปรับระดับความสูงของโต๊ะและเก้าอี้ ให้สามารถนั่งทำงานในท่าที่สบาย ปรับหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้อยู่ในระดับสายตา
  3. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานกล้ามเนื้อให้เหมาะสม เช่น ในระหว่างทำงานควรมีการยืดเหยียดหรือเปลี่ยนอิริยาบถเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้ออย่างน้อยทุกๆ 1 ชั่วโมง

slot

การป้องกันเพื่อลดปัญหาออฟฟิศซินโดรม
การป้องกันเพื่อหลีกเลี่ยงอาการออฟฟิศซินโดรมประกอบด้วยหลายปัจจัย และทุกสาเหตุมีความสำคัญที่นำมาซึ่งอาการปวด ดังนั้นการป้องกันแต่ละวิธีจะมีส่วนช่วยให้ท่านมีความสุขกับการทำงานที่ปราศจากอาการปวด โดยการป้องกันนี้เป็นตัวอย่างที่จะแนะนำเพื่อลดการเกิดปัญหาออฟฟิศซินโดรม

การปรับเปลี่ยนท่าทางอริยาบทเพื่อให้เหมาะสมกับสิ่งแวดล้อมในการทำงาน
ไม่ทำงานในท่าทางอริยาบทเดิมนานเกิน 50 นาที หากมีความจำเป็นต้องทำต่อเนื่องควรหยุดพักสัก 10-15 นาที
ปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ในการทำงานที่จำเป็นเพื่อลดการบาดเจ็บในระหว่างปฏิบัติงาน
เตรียมร่างกายให้พร้อม เช่น การออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อบริเวณที่ต้องใช้งานหนัก, การยืดกล้ามเนื้อก่อน ระหว่าง และหลังจากการทำงานในแต่ละวัน