อาหารป้องกันโรคอัลไซเมอร์

อาหารบางอย่างไม่ได้แค่ช่วยให้สุขภาพดีเท่านั้น แต่ยังมี อาหารบำรุงสมอง ด้วยนะ โรคเรื้อรังอย่างอัลไซเมอร์ หรือภาวะสมองเสื่อมไปไกล ๆ เลย

เครดิตฟรี

เมนู อาหารบำรุงสมอง
น้ำสลัดที่มีส่วนประกอบของน้ำมันจากพืช

Martha Clare Morris ผู้อำนวยการฝ่ายโภชนาการ และระบาดวิทยา แห่งมหาวิทยาลัย Rush ในชิคาโก ระบุว่าการบริโภคอาหารที่อุดมด้วยวิตามินอีสูง (แต่ไม่นับผลิตภัณฑ์อาหารเสริมวิตามินอี) เช่น น้ำสลัดที่มีส่วนประกอบพื้นฐานของน้ำมันผักอย่างน้ำมันมะกอก เมล็ดพืช ถั่ว และธัญพืช จะประกอบด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยปกป้องเซลล์ประสาทได้

กินปลาได้ไขมันดี

ไม่ว่าจะเป็นปลาแซลมอน, ปลาแมคคาเรล, ทูน่า และปลาชนิดอื่น ๆ ที่ให้กรดไขมันโอเมก้า 3 และมีกรดไขมัน DHA (Docosahexaenoic Acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ต่างก็มีส่วนสำคัญในการพัฒนาสมอง โดยเฉพาะส่วนของความจำ และการเรียนรู้ ซึ่งกรดไขมัน DHA พบว่าเป็นไขมันที่เป็นส่วนประกอบของเซลล์สมองถึง 65% และร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้รับจากการบริโภคปลา

พืชผักใบเขียว

ทั้งผักแคล (Kale), คะน้า, ผักโขม และบล็อกโคลี่ ถือเป็นแหล่งอาหารที่มีวิตามินอีและโฟเลทสูง โดยผักโขมดิบ 1 ถ้วย ให้วิตามินอี 15% และผักโขมต้มสุก ½ ถ้วย ให้วิตามินอีสูงถึง 25% ในขณะที่กรดโฟลิก ถึงแม้จะยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัดว่าช่วยปกป้องสมองได้อย่างไร แต่มีการศึกษาที่ผ่านมา ค้นพบว่ากรดโฟลิกมีส่วนช่วยเผาผลาญกรดโฮโมซีสเตอีน (Homocysteine) ซึ่งหากร่างกายมีระดับโฮโมซีสเตอีนในเลือดสูง อาจส่งผลให้เซลล์ประสาทในสมองตาย รวมทั้งยังเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้อีกทางหนึ่งด้วย

สล็อต

อะโวคาโด ผลไม้เนื้อครีม

ผลไม้เนื้อครีมที่อุดมชุ่มฉ่ำไปด้วยไขมันดีอย่างอะโวคาโดนั้น ประกอบด้วยวิตามินอีสูง และมีสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งพบว่ามีส่วนสัมพันธ์ในการลดความเสี่ยงที่จะพัฒนาไปสู่โรคอัลไซเมอร์ การกินอะโวคาโดเป็นประจำ ยังช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจ เพิ่มปริมาณไขมันดี (HDL) และลดไขมันไม่ดี (LDL) หรือคอเลสเตอรอลในร่างกายลง ซึ่งเมื่อไหร่ก็ตามที่ไขมันทั้งสองอยู่ในระดับสมดุล ก็จะทำให้ระบบการทำงานของหลอดเลือด และหัวใจทำงานได้ดีขึ้นนั่นเอง

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่

ผลการวิจัยชิ้นล่าสุด ที่เปิดเผยหลังการประชุมของ The American Chemical Society ที่กรุงบอสตัน ระบุว่าผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ เช่น บลูเบอร์รี่, สตรอว์เบอร์รี่, และอาซาอิเบอร์รี่ (Acai Berries) มีคุณสมบัติช่วยหยุดภาวะเสื่อมถอยของความจำ ซึ่งเป็นผลมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น

จากการทดลองในสัตว์แสดงให้เห็นว่าบลูเบอร์รี่ช่วยปกป้องสมองจากการถูกทำลายอันมีสาเหตุมาจากอนุมูลอิสระ และลดภาวะสมองเสื่อม ผลการศึกษาครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าอาหารที่อุดมไปด้วยบลูเบอร์รี่ ช่วยพัฒนาด้านการเรียนรู้ และการใช้กล้ามเนื้อของหนูแก่ ให้กระฉับกระเฉงได้ดีไม่แพ้กับหนูวัยกระเตาะเลยทีเดียว

สล็อตออนไลน์

ถั่วลิสง และเนยถั่ว

ถึงแม้ว่าถั่วลิสง และเนยถั่วจะมีไขมันสูง แต่ทั้งสองชนิดนี้ถือเป็นแหล่งไขมันดี และอุดมไปด้วยวิตามินอี เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ และการทำงานของสมอง นอกเหนือจากนี้ที่ควรค่าแก่การบริโภคเพื่อสุขภาพ คือถั่วอัลมอนด์ และฮาเซลนัท ดร.Maria C.Carrillo ผู้อำนวยการอาวุโสทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์แห่งสมาคมอัลไซเมอร์ ยืนยันว่า “มีงานวิจัยที่ค้นพบว่าอาหารที่มีไขมันดีสูง มีไขมันอิ่มตัวต่ำ และไขมันทรานส์ต่ำ หรือกลุ่มอาหารที่อุดมไปด้วยธัญพืช ผักใบเขียว และถั่วนั้น ย่อมดีต่อสุขภาพหัวใจ และสมองอย่างแน่นอน”

องุ่น ไวน์แดง และดาร์กช็อกโกแลต

สารสกัด Resveratrol เป็นสารโพลีฟีนอลชนิดหนึ่ง ที่พบในองุ่น, ไวน์แดง และดาร์กช็อกโกแลต มีสรรพคุณช่วยลดความเสี่ยงของโรคต่าง ๆ ที่มีส่วนสัมพันธ์กับอายุ เช่น ปัญหาที่เกี่ยวกับระบบประสาท ชะลอความก้าวหน้าของโรคอัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม รวมทั้งโรคมะเร็ง และเบาหวาน

jumboslot

การกินอาหารเช้าช่วยปรับปรุงด้านความจำ และพัฒนาให้มีสมาธิดี จากการสำรวจนักเรียนที่กินมื้อเช้าทุกวัน มีแนวโน้มที่จะมีผลการเรียนดีกว่าคนที่อดมื้อเช้า สำหรับอาหารที่ช่วยเพิ่มพลังสมองในมื้อนี้ ประกอบด้วย ธัญพืชไฟเบอร์สูง, ผลิตภัณฑ์จากนมและผลไม้ แต่ระวังอย่าเผลอกินมากจนเกินไป เพราะผลพลอยได้คือการบริโภคอาหารเช้าที่มีแคลอรีสูงนั้น จะเป็นตัวขัดขวางสมาธิ และง่วงนอนได้ง่าย ๆ เช่นกัน

ถึงแม้เราจะหลีกเลี่ยงพันธุกรรม อายุ และเพศของตัวเองไม่ได้ แต่ยังมีองค์ประกอบอีกมากมายที่เราสามารถดูแลตัวเองให้ห่างไกลอัลไซเมอร์ได้นะ… และนี้คือ 8 วิธีที่จะช่วยให้เราห่างไกลโรคสมองเสื่อมประเภทอัลไซเมอร์มากขึ้น

  1. เล่นเกม ฝึกสมอง ศึกษาเรียนรู้ไม่หยุด
    อย่าให้สมองหยุดการเรียนรู้สิ่งใหม่ เพราะสมองยิ่งใช้ ยิ่งฉลาด ยิ่งแข็งแรง การหมั่นศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นความรู้วิชาการ หรือแม้แต่การใช้สมองเพื่อเล่นเกม ก็นับเป็นการฝึกสมองอยู่ตลอดเวลา เป็นการช่วยลดความเสี่ยงโรคสมอ เสื่อมอัลไซเมอร์ได้
  2. อ้วนไปผอมไป ต้องรีบแก้ไขน้ำหนักตัว
    ไม่น่าเชื่อว่าน้ำหนักตัวที่ผิดปกติจะมีผลต่อการเป็นอัลไซเมอร์ ดังนั้น เราควรรักษาน้ำหนักตัวให้ได้มาตรฐาน คือมีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติ ไม่อ้วนลงพุงหรือผอมเป็นหนังหุ้มกระดูก ใครที่รู้ตัวว่าอ้วนหรือผอมเกินไป ต้องจัดสรรการกิน การนอน และหมั่นออกกำลังกายลดไขมัน เพิ่มกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายแข็งแรงอยู่เสมอด้วยนะ

slot

  1. อย่าปล่อยให้หูเป็นอะไร
    การที่เรามีหูตึง หูเสีย ได้ยินไม่ชัดเจน จนทำให้การรับรู้เสียงต่างๆ แย่ลง สมองที่ทำหน้าที่แปลงเสียงเป็นความหมายก็จะค่อยๆ ถูกปิดกั้นไปด้วย ซึ่งถือเป็นการกระทบต่อการพัฒนาสมองส่วนอื่นๆ เป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้โดยไม่รู้ตัว ใครที่ชอบฟังเพลงเสียงดังๆ หรือทำงานอยู่ในที่ที่เสียงดังๆ ควรเลิกหรือหลีกเลี่ยงการเกิดภาวะหูเสื่อมไว้ด้วย
  2. รักษาความดันโลหิตให้เป็นปกติ
    ใครที่มีภาวะความดันโลหิตสูง ควรควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติให้ได้ นอกจากจะเป็นผลดีช่วยลดความเสี่ยงในทุกๆ โรคแล้ว ยังลดเสี่ยงอัลไซเมอร์ได้ด้วย นอกจากนี้ก็ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนอนดึก เลิกดื่มเหล้า สูบบุหรี่ และจำกัดการกินของเค็ม หวาน มัน อาหารรสจัดและอาหารแปรรูปด้วย
  3. เบาหวาน ต้นเหตุอีกหลายโรค
    ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีเลย เพราะผู้ที่เป็นโรคเบาหวานจะส่งผลให้เป็นโรคอื่นๆ ได้อีกหลายโรค เช่น โรคหลอดเลือดตีบ โรคหัวใจ รวมถึงอัลไซเมอร์ด้วย ดังนั้น ควรพบแพทย์เป็นประจำ กินยาตามคำแนะนำ และควบคุมการกินให้ดีเพื่อสุขภาพโดยรวม
  4. ทำตัวให้คึกคัก หาเวลาพักร้อนไปเที่ยวบ้าง
    เชื่อไหมว่า… การคิดบวก มองโลกในแง่ดี เปิดโลกให้กว้าง การเดินทางพักร้อน จะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง นอกจากจะช่วยลดเสี่ยงโรคซึมเศร้าแล้ว ยังช่วยลดเสี่ยงอัลไซเมอร์ได้อีกด้วย และหากใครที่กำลังมีปัญหาชีวิต ควรรีบไปปรึกษาแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อหาแนวทางในการปรับเปลี่ยนวิธีคิด และใช้ชีวิตให้มีความสุขขึ้นให้ได้
  5. จ็อกกิ้ง วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน ทำเถอะ
    หันมาออกกำลังกายแบบที่ทำให้หัวใจเต้นแรงที่เรียกว่า “คาร์ดิโอ” กันเถอะ เพราะอัตราการเต้นของหัวใจที่เพิ่มขึ้นระหว่าง 60-85% ของอัตราการเต้นของหัวใจสูงสุดจะทำให้ร่างกายแข็งแรง เลือดสูบฉีด สมองแจ่มใส และควรทำให้ได้อย่างน้อย 150 นาที/สัปดาห์ หรือจะฟิตกล้ามด้วยก็ได้นะ เพราะการมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงจะทำให้ออกกำลังกายได้ดีขึ้นด้วย