เคล็ดลับอาหารบำรุงเส้นผม

เมื่อพูดถึงการ บำรุงเส้นผม แล้ว ครีมนวดผม ยาสระผม ผลิตภัณฑ์บำรุงผม มักจะเป็นตัวเลือกแรกๆ สำหรับคุณสมบัติในการดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ แต่ว่าในระยะยาวแล้วผลิตภัณฑ์สำหรับบำรุงเส้นผมอาจไม่ใช่คำตอบเพียงอย่างเดียวของการมีสุขภาพเส้นผมที่ดี เพราะสารอาหารสำคัญที่ได้จากการรับประทานอาหารในแต่ละวันอย่างโปรตีน กรดไขมัน วิตามินเอ วิตามินบี 6 วิตามินบี 12 โปรตีน หรือแร่ธาตุต่างๆ เช่น ธาตุเหล็ก สังกะสี ไบโอติน ก็ล้วนแล้วแต่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างเซลล์ผมให้แข็งแรง ช่วยเพิ่มอัตราการงอกของผม ป้องกันผมร่วง และยังดูแลให้เส้นผมสุขภาพดีมากขึ้นด้วย แต่ อาหารบำรุงเส้นผม มีอะไรบ้างนั้นรวบรวมมาฝากที่บทความนี้แล้วค่ะ

เครดิตฟรี

อาหารบำรุงเส้นผม มีอะไรบ้าง
ปลาทะเล
แซลมอน ทูน่า ปลาแมคเคอเรล ปลาแฮร์ริ่ง ปลาซาร์ดีน เป็นปลาทะเลที่อุดมไปด้วยโปรตีนและ กรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประโยชน์ต่อสุขภาพหนังศีรษะ และการ บำรุงเส้นผม จากผลการศึกษาพบว่าหากร่างกายมี กรดไขมันโอเมก้า 3 ไม่เพียงพอ จะเสี่ยงทำให้หนังศีรษะและเส้นผมแห้ง ดังนั้นเพื่อสุขภาพผมที่ดีจึงควรหมั่นกินปลาทะเลอยู่เสมอ เพื่อเสริมทั้งโปรตีนและกรดไขมันที่มีประโยชน์ต่อเซลล์ผม

ไข่
นอกจากไข่จะเป็นแหล่งของโปรตีนที่มีประโยชน์และหากินง่ายแล้ว ไข่ก็ยังอุดมไปด้วย ไบโอติน (Biotin) ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเส้นผม ร่างกายควรจะได้รับทั้งโปรตีนและไบโอตินในปริมาณที่เพียงพอ หากขาดสารชนิดใดชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะไบโอติน อาจมีผลข้างเคียงทำให้สุขภาพเส้นผมไม่แข็งแรง ขาด หรือหลุดร่วงง่าย

ผักปวยเล้ง
ผักปวยเล้งเป็นผักใบเขียวที่อัดแน่นไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญอย่างโฟเลต ธาตุเหล็ก วิตามินซี สารเบต้าแคโรทีน และวิตามินเอ ซึ่งเป็นวิตามินสำคัญต่อเส้นผม เนื่องจากมีส่วนกระตุ้นให้ต่อมผิวหนังผลิตน้ำมันออกมาเพื่อช่วยให้หนังศีรษะมีความชุ่มชื้น ป้องกันไม่ให้หนังศีรษะและเส้นผมแห้ง

สล็อต

มันเทศ
มันเทศเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะ เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายแล้วจะแปรเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ มีส่วนช่วย บำรุงเส้นผม ป้องกันผมแห้ง ชี้ฟู ไร้น้ำหนัก และยังกระตุ้นให้ต่อมผิวหนังผลิตน้ำมันออกมาเพื่อป้องกันไม่ให้หนังศีรษะแห้งด้วย มากไปกว่านั้นวิตามินเอยังมีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการงอกของเส้นผม ช่วยให้ผมยาวเร็วขึ้น หนาขึ้นอีกด้วย

ถั่ว
นอกจากถั่วจะมีไฟเบอร์สูง ซึ่งดีต่อการลดน้ำหนักเพราะช่วยให้อิ่มได้นานขึ้น ก็ยังดีต่อระบบการย่อยอาหารอีกด้วย มากไปกว่านั้นถั่วยังเต็มไปด้วยสารอาหารจำพวกวิตามินบี วิตามินอี สังกะสี และกรดไขมัน ซึ่งเป้นกลุ่มสารอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของเส้นผม ป้องกันการขาดหรือหลุดร่วงของเส้นผม และบำรุงหนังศีรษะให้แข็งแรง

หอยนางรม
แม้หอยนางรมจะเป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องของการเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ แต่หอยนางรมก็ยังจัดว่าเป็นหนึ่งในอาหารที่ช่วย บำรุงเส้นผม เนื่องจากหอยนางรมมีธาตุสังกะสีสูง ซึ่งเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการเจริญเติบโตของเส้นผมและลดปัญหาผมขาดหลุดร่วงได้ อย่างไรก็ตาม หากร่างกายได้รับสังกะสีมากจนเกินไปก็เสี่ยงที่จะทำให้เกิดผมร่วงได้เช่นกัน จึงควรทานแต่พอดี

แครอท
แครอทเป็นแหล่งสำคัญของวิตามินเอ ซึ่งมีส่วนช่วยบำรุงสายตา ป้องกันจอประสาทตาเสื่อม ลดความเสี่ยงของการเป็นต้อ หรือปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพดวงตาอื่นๆ แต่นอกจากบำรุงสายตาแล้ว วิตามินเอก็ยังมีส่วนช่วยในการบำรุงหนังศีรษะให้สุขภาพดีด้วย

สล็อตออนไลน์

ธัญพืช
อาหารประเภทธัญพืช ไม่ว่าจะเป็น ขนมปังโฮลเกรน เมล็ดธัญพืชต่างๆ ก็ล้วนแล้วแต่ให้สารอาหารที่สำคัญที่ช่วย บำรุงเส้นผม และหนังศีรษะ โดยเฉพาะ สังกะสี ธาตุเหล็ก วิตามินบี และกรดไขมัน ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของเส้นผม บำรุงให้เส้นผมสุขภาพดี และลดการขาดหลุดร่วง

นมไขมันต่ำ
นมไขมันต่ำ มีแคลเซียมสูง ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟันแล้ว ก็ยังเป็นสารอาหารที่ดีต่อการเจริญเติบโตของเส้นผมด้วย และที่สำคัญคือให้ไขมันน้อย ช่วยลดการสะสมของไขมันในร่างกายได้

ผลไม้ตระกูลเบอร์รี่
สารอาหารสำคัญที่พบได้ในผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ก็คือวิตามินซี ซึ่งมีส่วนช่วยลดความเสียหายที่รูขุมขน และช่วยในการกระตุ้นคอลลาเจนที่เป็นโปรตีนสำคัญในการป้องกันไม่ให้เส้นผมหัก เปราะ หรือขาดง่าย และช่วย บำรุงเส้นผม ให้สุขภาพดี

เนื้อสัตว์ปีก
เนื้อสัตว์เป็นแหล่งของโปรตีนที่สำคัญ ซึ่งถ้าร่างกายมีโปรตีนไม่เพียงพอ ร่างกายจะมีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย หายใจถี่รัว มากไปกว่านั้นอัตราการเจริญเติบโตของเส้นผมก็จะลดลงด้วย ทั้งยังเป็นผลให้เส้นผมเปราะบาง และขาดง่าย แต่เพื่อให้ดีต่อสุขภาพ ควรเป็นเนื้อสัตว์แบบไม่ติดมัน หรือสัตว์ปีก เพื่อลดการสะสมของไขมันในร่างกาย

jumboslot

กล้วยหอม

กล้วยหอมมีสารอาหารจำพวก วิตามินบี6 และแร่ซิลาก้า ช่วยบำรุงเส้นผมให้แข็งแรง นอกจากนี้กล้วยยังช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง มีส่วนช่วยทำให้หนังศีรษะแข็งแรง ป้องกันการขาดหลุดร่วงของเส้น และยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีอีกด้วยนะครับ

แต่สำหรับคนที่มีปัญหาผมบางศีรษะล้านเถิก เกินที่จะแก้ไขด้วยวิธีการบำรุงด้วยอาหารแล้ว เรายังมีวิธีที่จะช่วยจบปัญหาดังกล่าวนั่นคือการปลูกผม คือ การนำรากผมที่มีความแข็งแรงสมบูรณ์มาปลูกในบริเวณที่ไม่มีเส้นผมแล้ว ซึ่งการรากผมที่นิยมนำมาปลูกมักจะเป็นรากผมจากบริเวณท้ายทอย เนื่องจากรากผมบริเวณดังกล่าวจะมีความแข็งแรงสมบูรณ์และมีอายุมากกว่ารากผมบริเวณอื่นมาก จึงนำรากผมจากส่วนท้ายทอยมาปลูกทดแทนส่วนของรากผมที่อ่อนแอจนไม่มีเส้นผมงอกขึ้นมาแล้ว ซึ่งการรักษาอาการศีรษะล้านด้วยการ การปลูกผม นับว่าเป็นวิธีที่ดีและช่วยแก้ไขปัญหาศีรษะล้านได้

การแก้ไขปัญหาศีรษะล้านเถิก

สมัยนี้มีเทคโนโลยีและวิวัฒนาการที่ล้ำสมัยทำให้คนที่มีปัญหาหัวล้านเถิกไม่ต้องกังวลใจเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว

โดยในปัจจุบันมีการปลูกผมด้วยกัน 2 วิธีที่เป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย นั่นคือ

slot

วิธีที่ 1 FUT หรือ Follicular Unit Transplantation เทคนิคการศัลยกรรมปลูกผม เป็นวิธีที่มีมาก่อน FUE โดยการกรีดเอาชิ้นเนื้อจากหนังศีรษะบริเวณด้านหลังความยาว 10-20 ซ.ม. กว้าง 1-2 ซ.ม. นำมาหั่นเพื่อคัดกรองแยกกราฟต์ แล้วจึงนำกลับไปปลูกยังบริเวณที่ต้องการ ซึ่งปัจจุบันนี้ไม่เป็นที่นิยมแล้ว เพราะทำให้เกิดรอยแผลเป็นทางยาวที่ด้านหลังศีรษะ และต้องพักฟื้นเป็นเวลานานถึง 2 สัปดาห์

วิธีที่ 2 DHI (Direct Hair Implantation) เป็นการปลูกผมด้วยเทคนิค FUE ประเภทหนึ่ง ซึ่งก็คือ มีขั้นตอนการเจาะนำกราฟต์ที่บริเวณท้ายทอย (Donor Area) ออกมาเช่นเดียวกัน แต่ในขั้นตอนการปลูก หากเป็นเทคนิค FUE แบบดั้งเดิมนั้น แพทย์จะต้องใช้เข็มเจาะลงไปบนหนังศีรษะก่อนเพื่อให้เกิดรู แล้วจึงใช้ forceps คีบกราฟต์ผมมาปักลงไปในรอยเจาะนั้น แต่หากเป็นเทคนิค DHI สามารถปัก และปลูกผมได้ภายในครั้งเดียว ด้วยเครื่องมือเฉพาะที่ชื่อว่า DHI Implanter

การแก้ไขปัญหาผมบาง

การปลูกผม ด้วยเซลล์รากผม ReCell Hair Micro Transplant เป็นการปลูกผมด้วยเซลล์รากผมที่ถูกสกัดออกมา จากบริเวณด้านหลังศีรษะ ที่เปรียบเสมือน “Natural Finasteride” มาผ่านกระบวนการทางการแพทย์ เพื่อคัดแยกเอาเฉพาะเซลล์รากผมที่แข็งแรงสมบูรณ์แล้วนาไปฉีดกลับยังบริเวณที่มีปัญหาผมบาง เพื่อซ่อมแซมเซลล์รากผมที่ฝ่อตัวไปจากอิทธิพลของฮอร์โมน DHT ให้กลับสู่สภาพแข็งแรง และยังกระตุ้นให้เซลล์รากผมแตกตัว และเจริญเติบโตเป็นเส้นผมใหม่จานวนมากยิ่งขึ้น สามารถเห็นผลได้หลังทาไปแล้ว 3 สัปดาห์ และเห็นผลชัดขึ้นเรื่อย ๆ หลังทาไปแล้วเพียงแค่เดือนเดียว อีกทั้งแผลบริเวณที่เจาะนาเนื้อเยื่อออกมามีขนาดเล็กมาก จึงไม่ต้องทาการปิดแผล หรือพักฟื้นใด ๆ สามารถดาเนินชีวิตได้ตามปกติ