เตือนของหวานทำร้ายสุขภาพปาก

สุขภาพช่องปากเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ ต้องมีการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการแปรงฟัน การใช้ไหมขัดฟัน รวมถึงการเลือกรับประทานอาหาร เพราะอาหารบางชนิดอาจส่งผลกระทบต่อฟันและสุขภาพช่องปากได้ สำหรับใครที่มักจะรู้สึก ปวดฟันเมื่อกินของหวาน ฟันของคุณอาจมีความไวต่อน้ำตาลและของหวาน ๆ วันนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับอาการปวดฟันเมื่อรับประทานของหวาน ว่าเกิดจากสาเหตุใดได้บ้าง และควรดูแลอย่างไรดี

เครดิตฟรี

เหตุผลที่ทำให้ ปวดฟันเมื่อกินของหวาน
เมื่อฟันเกิดความเสียหาย อาจทำให้เกิดความไวต่อน้ำตาลเพิ่มขึ้น ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายประการ ดังนี้

สูญเสียเคลือบฟัน
เคลือบฟัน (Enamel) เป็นสารสีขาวที่อยู่นอกสุดของฟัน มีหน้าที่ในการปกป้องไม่ให้เนื้อฟันถูกทำลาย เมื่อเคลือบฟันถูกทำลายอาจทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการเกิดความไวต่อสิ่งเร้า โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลคาร์โบไฮเดรต อาหารเหล่านี้เมื่อผสมกับแบคทีเรียที่เป็นอันตรายในช่องปากสามารถทำให้เคลือบฟันกร่อนได้ นอกจากน้ำตาลแล้ว อาหารหรือเครื่องดื่มที่ร้อนจัด เย็นจัด และอาหารรสเปรี้ยวก็สามารถทำลายเคลือบฟันได้เช่นกัน ไม่เพียงแต่อาหารเท่านั้นที่ทำให้เคลือบฟันถูกทำลาย การแปรงฟันแรงเกินไปก็สามารถทำให้เคลือบฟันถูกทำลายได้เช่นกัน

ฟันผุ
เมื่อแบคทีเรียในปากกินน้ำตาลจากอาหารที่รับประทานเข้าไปจนเกิดคราบจุลินทรีย์ที่เกาะบนฟันและใต้เหงือก เมื่อปริมาณจุลินทรีย์เหล่านี้เกาะมาก ๆ จนเคลือบฟันกร่อน แบคทีเรียก็จะเข้าไปถึงเนื้อฟันด้านในได้ จนทำให้เกิดปัญหา ฟันผุ เมื่อมีอาหารหรือแบคทีเรียเข้าไปในบริเวณที่ฟันผุก็จะยิ่งทำให้เกิดอาการปวดได้

สล็อต

เหงือกอักเสบ
เมื่อคราบจุลินทรีย์สะสมมาก ๆ จนเกิดเป็นหินปูนเกาะที่ฟันและเหงือก อาจทำให้เหงือกระคายเคืองจนเหงือกอักเสบได้ เมื่อเหงือกอักเสบก็จะทำให้เกิดอาการบวม ติดเชื้อ เลือดออก บางครั้งอาจทำให้เกิดอาการเสียวฟันได้

เหงือกร่น
เหงือกนั้นมีหน้าที่ในการปกปิดกระดูกและป้องกันรากฟัน เมื่อเหงือกร่นจนเห็นรากฟันอาจทำให้เกิดอาการเสียวฟัน และรู้สึกเจ็บได้

ป้องกันอย่างไรเมื่อ ปวดฟันเมื่อกินของหวาน
การป้องกันไม่ให้เกิดอาการปวดฟัน เสียวฟันเมื่อรับประทานของหวาน ควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่ทำลายสุขภาพฟัน เช่น โซดา ลูกอมเคี้ยวหนึบ คาร์โบไฮเดรตที่มีปริมาณน้ำตาลสูง เพราะอาหารเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำลายเคลือบฟัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มเหล่านี้

อมยิ้ม การอมลูกอมเป็นเวลานาน อาจทำให้กรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนฟันทำร้ายฟันเป็นเวลานานได้

สล็อตออนไลน์

เยลลีหรืออาหารที่เหนียว เช่น กัมมี่แบร์ ไอซิ่ง ผลไม้แห้ง และน้ำผึ้ง ล้วนเป็นอาหารที่มีความเหนียว เมื่อรับประทานอาจทำให้เกาะติดฟันได้ง่าย ทำให้แบคทีเรียมีเวลาเติบโตได้มาก

น้ำส้ม การรับประทานน้ำส้ม หรือน้ำผลไม้คั้นทำให้ได้รับน้ำตาลในปริมาณที่สูง เช่นเดียวกับกรดซิตริก (Citric acid) ซึ่งเป็นกรดที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นกรดที่มักกัดกร่อนฟัน

เครื่องดื่มอัดลม โคล่าและเครื่องดื่มอัดลมอื่น ๆ ไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยน้ำตาลเท่านั้นแต่ยังมีฤทธิ์เป็นกรดอีกด้วย

ควรเลือกรับประทานผักและผลไม้ที่มีปริมาณไฟเบอร์ นม โยเกิร์ตรสธรรมชาติ อาหารเหล่านี้จะช่วยให้ช่องปากของคุณมีความชุ่มชื่นและช่วยต่อสู้กับกรดและแบคทีเรียที่กัดกินฟัน นอกจากการหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารเหล่านี้แล้ว ต้องมีการแปรงฟัน ดูแลสุขภาพช่องปากให้ถูกวิธีช่วยให้มีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรง แต่เมื่อไรก็ตามที่มีอาการปวดฟันนานกว่า 1 สัปดาห์ คุณอาจเกิดการติดเชื้อในช่องปากควรต้องรีบเข้าปรึกษาคุณหมอในทันที

แบคทีเรียในช่องปาก ร้ายกว่าที่คิด นอกจากทำฟันผุ ยังเป็น ตัวการมะเร็งลำไส้ใหญ่

ใครจะไปว่ารู้ แบคทีเรียในช่องปาก นอกจากจะทำให้เกิดฟันผุคราบพลัค และปัญหาสุขภาพภายในช่องปากต่างๆ แล้ว แบคทีเรียในช่องปาก ยังเป็นตัวการทำให้ มะเร็งลำไส้ใหญ่รุนแรงขึ้นอีกด้วย วันนี้ Hello คุณหมอ มีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับ แบคทีเรียในช่องปาก ตัวการมะเร็งลำไส้ใหญ่ มาให้อ่านกันค่ะ

jumboslot

มะเร็งลำไส้ใหญ่ คืออะไร
ข้อมูลจากสมาคมมะเร็งอเมริกัน (the American Cancer Society) พบว่า ผู้ชาย 1 ใน 22 คนและผู้หญิง 1 ใน 24 คน เป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งมะเร็งลำไส้ใหญ่ เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากการเติบโตของเซลล์ที่มีความผิดปกติบริเวณลำไส้ใหญ่ ซึ่งเป็นส่วนที่อยู่ท้ายสุดของระบบย่อยอาหาร

มะเร็งลำไส้ใหญ่ในระยะแรก มักจะพบเนื้องอกบริเวณเนื้อเยื่อของบริเวณลำไส้ใหญ่และลำไส้ใหญ่ส่วนท้าย ซึ่งเนื้องอกนี้จะค่อยเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ สำหรับบางคน เนื้องอกนี้ใช้เวลาในการเจริญเติบโตนานถึง 20 ปี ซึ่งเนื้องอกนี้เติบโตมาจากต่อมที่ทำหน้าที่ในการผลิตเมือกที่ใช้หล่อลื่นในบริเวณลำไส้ใหญ่ ซึ่งเนื้องอกที่ขึ้นมานั้นมีโอกาสที่จะพัฒนาไปเป็นมะเร็งลำไส้ได้ร้อยละ 10

แบคทีเรียในช่องปาก ตัวการมะเร็งลำไส้ใหญ่ รุนแรงขึ้น
นักวิทยาศาสตร์พบว่า เซลล์ที่มีความผิดปกตินั้นสามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์มะเร็งได้ โดยทั่วไปแล้วเซลล์มะเร็งมักเกิดจากพันธุกรรมที่มีการกลายพันธุ์มาเรื่อยๆ จนเกิดความผิดปกติและพัฒนาไปเป็นมะเร็ง แต่เมื่อเร็วๆ มานี้มีนักวิทยาศาสตร์พบว่าตัวการที่ทำให้ฟันผุ มีบทบาทสำคัญที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ด้วย จากการศึกษาพบว่าแบคทีเรียที่มีชื่อว่า Fusobacterium nucleatum ซึ่งเป็นแบคทีเรีย ที่เกิดขึ้นจากการที่ฟันผุ

slot

ซึ่งจากงานวิจัยที่มีการวิเคราะห์จากระดับโมเลกุล พบว่าแบคทีเรียชนิดนี้ มีส่วนทำให้เกิดเนื้องอกในลำไส้ใหญ่ ซึ่งสามารถพัฒนากลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ หากมีการดูแล ทำความสะอาดช่องปากได้ไม่ดี ก็จะทำให้มีแบคทีเรียสะสมอยู่เป็นจำนวนมาก เมื่อมีการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำ แบคทีเรียบางส่วนอาจหลุดหรือถูกกลิ่นเข้าไปพร้อมๆ กับอาหารและน้ำ เมื่อแบคทีเรียนั้นเข้าไปในลำไส้ใหญ่แล้ว โปรตีนในแบคทีเรียนั้นจะทำปฏิกิริยาบางอย่างในลำไส้ใหญ่จนทำให้เกิดเนื้องอก ที่อาจพัฒนากลายไปเป็นมะเร็งได้

มาดูแลช่องปาก ให้ปราศจากแบคทีเรีย กันเถอะ
พบทันตแพทย์เป็นประจำ
การพบทันตแพทย์เป็นประจำนั้น ทำให้คุณได้ทราบถึงสุขภาพของช่องปาก ว่ามีสุขภาพที่ดีหรือไม่ การดูแลรักษาความสะอาดที่คุณทำอยู่เป็นประจำนั้นถูกต้องหรือไม่ ซึ่งแพทย์ก็จะสามารถแนะนำวิธีการดูแลที่ถูกต้องให้กับคุณ ทำให้ช่องปากของคุณนั้นมีสุขภาพที่ดี

เลือกแปรงสีฟันอย่างเหมาะสม
แปรงสีฟัน เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญในการทำความสะอาดช่องปาก ดังนั้นคุณควรเลือกแปรงอย่างเหมาะสม โดยแปรงจะต้องมีขนแปรงที่นุ่ม ปลายขนแปรงมีความเรียว เพื่อที่จะได้ซอกซอน ขจัดเศษอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญควรเปลี่ยนแปรงทุกๆ 3 เดือน