เทคนิคทำให้มีกลิ่นกายหอมตลอดทั้งวัน

เหงื่อยิ่งออก กลิ่นตัว ก็ยิ่งตามมา แม้จะใช้ตัวช่วยให้เกิดความหอมแล้ว แต่ก็ยังไม่วายมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ออกมาอยู่ดี วันนี้มีเคล็ดลับดับกลิ่นตัวด้วย วิธีทำให้กลิ่นตัวหอมตลอดทั้งวัน แบบง่าย ๆ ที่คุณก็ทำเองได้มาฝากค่ะ

เครดิตฟรี

เหงื่อ กับ กลิ่นตัว
กลิ่นตัว มักเกิดจากการทำกิจกรรมที่ต้องใช้แรง เมื่อใช้แรงจึงมีเหงื่อออก และเมื่อปริมาณของเหงื่อสะสมมากขึ้น ก็จะมีกลิ่นตัวตามมา นั่นทำให้หลายคนเข้าใจว่าการมีเหงื่อออกจะทำให้มี กลิ่นตัว แต่…ในความเป็นจริงแล้ว เหงื่อไม่มีกลิ่น แต่กลิ่นตัวเกิดจากความผิดปกติของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในร่างกายบริเวณที่มีเหงื่อออก และเพราะแบคทีเรียมักจะเจริญเติบโตได้ดีในที่ชื้น เช่น รักแร้ เมื่อเหงื่อออกแบคทีเรียจะไปสลายโปรตีนบางชนิดในเหงื่อให้กลายเป็นกรด ดังนั้น กลิ่นตัวจึงมาจากกระบวนการที่แบคทีเรียทำลายเหงื่อ

วิธีทำให้กลิ่นตัวหอมตลอดทั้งวัน
สร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวด้วยโลชั่นหรือครีมบำรุงผิว

หลังอาบน้ำเสร็จคุณสามารถชะโลมโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวที่มีกลิ่นหอมตามความชอบลงบนผิวได้เลยทันที เพราะกลิ่นหอมของเนื้อโลชั่นและเนื้อครีมจะติดทนนานได้ดีเมื่อมีการทาลงบนผิวที่ชื้น แต่ถ้าหากอยากให้หอมมากขึ้นไปอีก ควรเลือกโลชั่นและครีมที่มีกลิ่นเดียวกับน้ำหอมที่คุณชอบ จะทำให้กลิ่นติดทนนาน และหอมอยู่ตลอดเวลา

อาบน้ำทำความสะอาดในจุดที่ถูกต้อง

สล็อต

ร่างกายของเราจำเป็นต้องมีการทำความสะอาดอย่างสม่ำเสมอ เพราะเราใช้ร่างกายทำกิจกรรมมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน อีกทั้งสภาพอากาศบ้านเมืองเราที่ร้อนอยู่ตลอดทั้งปี ก็ยิ่งทำให้เหงื่อออกได้ง่าย ๆ จึงมีปัญหากลิ่นตัวตามมา แต่ปัญหากลิ่นตัวไม่ได้มีแค่เหงื่อออกเท่านั้น การรับประทานอาหารบางชนิดก็มีส่วนทำให้มีกลิ่นตัวเช่นกัน แต่หากจะต้องงดอาหารที่ชอบก็คงจะปวดใจแย่ ดังนั้น หนึ่งในวิธีแก้ปัญหากลิ่นตัวที่ดีที่สุดอีกวิธีหนึ่งก็คือ การอาบน้ำ การอาบน้ำที่ดีคือต้องความสะอาดให้ทั่วทุกซอกทุกมุม โดยเฉพาะหากจะกำจัด กลิ่นตัว ควรจะทำความสะอาดจุดสำคัญที่มีเหงื่อออกตลอดเวลาเนื่องจากเป็นบริเวณที่มีต่อมเหงื่อ ดังนี้

รักแร้
หน้าขา
ก้น
ในเรื่องการอาบน้ำ สามารถอาบได้บ่อยตามความต้องการ แต่ควรอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้องตามลักษณะผิว เช่น หากคุณมีผิวแห้งก็ให้ระวังการอาบน้ำบ่อย ๆ เพราะจะยิ่งทำให้ผิวแห้งกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ควรอาบน้ำให้ได้อย่างน้อยที่สุดคือ 1 ครั้งต่อวัน

ใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นตัวและกลิ่นเหงื่อ

การใช้ผลิตภัณฑ์ระงับ กลิ่นตัว และกลิ่นเหงื่อก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง ก็เป็นอีกวิธีที่จะช่วยลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ ข้อสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ บางคนอาจเป็นคนที่มีเหงื่อออกทั้งวันและตลอดเวลา อาจไม่มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์จะช่วยได้เต็มที่ ในกรณีนี้สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ขนาดพกพาเพื่อให้สามารถหยิบมาใช้งานได้สะดวกตามต้องการ หรืออาจใช้แป้งที่ไม่มีส่วนผสมของทัลคัม (Talcum) ในการระงับกลิ่นกายก็ได้เช่นกัน

สล็อตออนไลน์

ใช้สบู่ที่ช่วยทำความสะอาดแบคทีเรีย

สบู่โดยทั่วไปมักขึ้นชื่อในเรื่องของการมีกลิ่นหอม แต่สบู่ที่ไม่ควรมองข้ามคือสบู่ที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เพราะจะเป็นการช่วยลดจำนวนของแบคทีเรียในบริเวณที่มีเหงื่อออก จึงช่วยลด กลิ่นตัว ได้

สวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี

เสื้อผ้าที่ผลิตมาจากเส้นใยธรรมชาติอย่างฝ้าย ดีกว่าการสวมเสื้อผ้าที่ผลิตมาจากเส้นใยสังเคราะห์อย่าง โพลีเอสเตอร์ (Polyesters) ไนลอน (Nylon) หรือ เรยอน (Rayon) เพราะเส้นใยธรรมชาติจะช่วยให้เหงื่อระเหยออกไป แต่เส้นใยสังเคราะห์จะดักจับเหงื่อให้ติดกับเสื้อผ้า

ฉีดน้ำหอมอย่างไรให้ติดทนนาน
หลายคนเลือกวิธีที่ง่าย และได้ผลทันทีในการดับ กลิ่นตัว อย่าง การฉีดน้ำหอม แต่จะใช้น้ำหอมอย่างไรให้มีกลิ่นติดทนอยู่ทั้งวัน มาดูวิธีกันเลย

จับคู่ผลิตภัณฑ์ การใช้น้ำหอมเเค่อย่างเดียวอาจยังไม่บรรลุความต้องการของใครหลายคน ดังนั้น ลองเลือกใช้ผลิตภัณฑ์จำพวก โลชั่น ครีมบำรุงผิว ที่ตรงกับกลิ่นน้ำหอมที่คุณใช้อยู่ เพื่อให้กลิ่นติดทนนานมากยิ่งขึ้น

jumboslot

เลือกน้ำหอมที่มีความเข้มข้นสูง แม้วิธีนี้จะพ่วงมาด้วยราคาที่สูงขึ้น แต่คุณไม่จำเป็นต้องฉีดหลายรอบอีกต่อไป เรียกได้ว่าแพงแต่ใช้งานน้อยลง ก็ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน และที่สำคัญการันตีได้ว่า แม้ฉีดเพียงเดียวแต่น้ำหอมจะติดตัวไปตลอดทั้งวัน ช่วยลด กลิ่นตัว ที่ไม่พึงประสงค์ได้แน่นอน เพราะน้ำหอมที่ใช้เป็นสูตรที่มีความเข้มข้นสูงนั่นเอง

ฉีดน้ำหอมที่เส้นผม เพราะเส้นผมของคนเรานั้นมีลักษณะเป็นรูพรุน เมื่อฉีดน้ำหอมเข้าไปจะทำให้สามารถส่งกลิ่นหอมได้นานกว่าที่ผิวหนัง หรืออาจฉีดน้ำหอมใส่หวีก่อนการหวีผมก็ได้เช่นกัน แต่วิธีนี้ควรระวังน้ำหอมที่มีสีเข้ม เพราะอาจทำให้ผมของคุณมีสีเดียวกับน้ำหอมได้

ฉีดน้ำหอมในจุดสำคัญ โดยเฉพาะการฉีดน้ำหอมในบริเวณที่เป็นจุดชีพจร เพราะจะทำให้เกิดการผสมกันตามธรรมชาติระหว่างร่างกายกับกลิ่นของสารเคมี เมื่อร่างกายร้อนขึ้นกลิ่นก็จะได้รับการกระตุ้นให้ปล่อยกลิ่นหอมออกมา นอกจากจุดชีพจรแล้วยังมีอีกหลายจุดสำคัญที่ควรฉีดน้ำหอม ได้แก่

ด้านหลังคอ
ข้อพับของข้อศอก
ข้อมือ
บริเวณชายกระเบนเหน็บ
หลังหัวเข่า

slot

วิธีการป้องกันและกำจัดกลิ่นตัว การมีเหงื่อออกมากและกลิ่นตัวเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อความมั่นใจในตัวเอง โดยปกติกลิ่นตัวสามารถจัดการได้ด้วยการกำจัดแบคทีเรียบนผิวหนังที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว โดยเฉพาะที่บริเวณรักแร้ให้สะอาดและไม่เปียกชื้น รวมถึงสามารถปฏิบัติได้ตามแนวทางดังต่อไปนี้

อาบน้ำวันละ 2 ครั้ง เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรก ทำความสะอาด และกำจัดเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนัง หลังอาบน้ำควรเช็ดตัวให้แห้ง เพราะแบคทีเรียสามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ที่มีความเปียกชื้น
ดูแลความสะอาดของรักแร้ รักแร้เป็นอวัยวะที่มีต่อมอะโพไครน์เป็นจำนวนมากซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว ควรอาบน้ำและทำความสะอาดบริเวณรักแร้ให้สะอาดโดยใช้สบู่ หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรีย รวมถึงเล็มหรือโกนขนรักแร้เป็นประจำ เพื่อทำให้เหงื่อระเหยได้ไวขึ้น ลดการสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรีย และควรดูแลใต้วงแขนเสมอให้แห้งจะช่วยลดการเกิดกลิ่นตัวได้
สารระงับเหงื่อ (Antiperspirant) ที่มีส่วนผสมของอลูมิเนียมคลอไรด์ (Aluminium Chloride) เพื่อลดการผลิตเหงื่อ ซึ่งหากสัมผัสกับเชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังจะเป็นสาเหตุทำให้เกิดกลิ่นตัว โดยทาที่รักแร้เป็นประจำทุกคืนในช่วงก่อนเข้านอนแล้วล้างออกในตอนเช้า หากปริมาณเหงื่อลดลงอาจปรับการใช้งานเป็นวันเว้นวัน หรือ 1-2 ครั้งต่อสัปดาห์
ยาดับกลิ่นตัว (Deodorant) จะช่วยกำจัดกลิ่นตัว แต่ไม่สามารถลดการผลิตเหงื่อได้ ยาระงับกลิ่นตัวส่วนใหญ่จะมีแอลกอฮอล์เป็นส่วนผสมหลัก ซึ่งจะปรับสภาพผิวให้มีความเป็นกรดมากขึ้น และลดการเกิดปฏิกิริยากับแบคทีเรีย หรือยาระงับกลิ่นตัวที่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะช่วยปกปิดกลิ่นเหงื่อหรือกลิ่นตัวได้
สวมใส่เสื้อผ้าที่สะอาด หมั่นทำความสะอาดเสื้อผ้าเป็นประจำ ไม่ใส่เสื้อผ้าซ้ำโดยไม่ซัก เปลี่ยนชุดหลังออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมที่มีเหงื่อออกมาก รวมถึงเลือกสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ผ้าฝ้าย ผ้าลินิน หรือผ้าไหม จะช่วยระบายอากาศและทำให้เหงื่อระเหยได้ไวขึ้น
ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารที่อุดมไปด้วยไขมัน หรืออาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น กระเทียม หัวหอม ผงกระหรี่ หรือเนื้อแดง จะสามารถซึมออกมาทางรูขุมขน ทำให้เหงื่อมีกลิ่น และเกิดกลิ่นตัวได้
ไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ (Hydrogen Peroxide) ความเข้มข้น 3% ผสมน้ำ 1 ถ้วยแล้วเช็ดในบริเวณที่มีกลิ่นตัว เช่น รักแร้ หรือขาหนีบ เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดกลิ่นตัว
ปรึกษาแพทย์ หากพบว่ามีเหงื่อหรือกลิ่นตัวรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือพบว่ามีเหงื่อออกมากผิดปกติ ซึ่งอาจเกิดจากความผิดปกติในร่างกายที่เรียกว่าภาวะหลั่งเหงื่อมาก (Hyperhidrosis) หรือเป็นผลมาจากการใช้ยาบางชนิด เพื่อวินิจฉัยและทำการรักษาที่เหมาะสมต่อไป