การรักษาสิวในหู

สิว ปัญหากวนใจของใครหลายๆ คน สิวเกิดจากการอักเสบเรื้อรังและต่อมไขมัน ทำให้เกิดตุ่มนูนเล็กๆ ขึ้น แบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ สิวอุดตัน และสิวอักเสบ ส่วนใหญ่สิวมักขึ้นที่หน้า แผ่นหลัง แต่บางครั้งสิวก็มักจะขึ้นในที่ที่ยากต่อการกำจัด เช่น ในหู สิวในหู ที่ไม่ใช่แค่กำจัดได้ยาก แต่ยังสร้างความเจ็บปวดให้เราเป็นอย่างมากอีกด้วย

เครดิตฟรี

สิว…ปัญหากวนใจพบได้กระทั่งในหู
สิวมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดของสิวที่เป็น สิวอุดตันเป็นประเภทของสิวที่เราพบได้บ่อยๆ สิวอุดตันหัวเปิดเรียกว่า สิวหัวดำ เกิดจากการที่สิวสัมผัสกับออกซิเจนจนกลายเป็นสีดำ สิวหัวดำที่ยังไม่ได้รับการรักษา หรือกำจัดออก สามารถอักเสบกลายเป็นตุ่มสีแดง มีหนอง และกดเจ็บ เรียกว่าสิวอักเสบ ซึ่งอาจลุกลามกลายเป็นสิวอักเสบขนาดที่ใหญ่ขึ้น ที่เรียกกันว่า สิวหัวช้าง ได้ด้วย

จริงๆ แล้วสิวสามารถขึ้นได้ทุกส่วนบนร่างกาย แต่พบมากที่สุดบนใบหน้าและแผ่นหลัง ส่วนหู ถึงแม้จะเป็นที่ซึ่งไม่พบบ่อย แต่ก็สามารถเกิดสิวได้เช่นกัน และยังเป็นสิวที่รบกวนคนเรามากที่สุด เพราะทั้งเจ็บปวดและรักษายากกว่าที่อื่น

ทำไมสิวถึงไปเกิดในหู
บริเวณหูชั้นนอกและช่องหูชั้นนอกของเรานั้น มีทั้งเซลล์ผิวหนัง เซลล์เส้นขน และต่อมน้ำเหลืองซึ่งทำหน้าที่ผลิตน้ำมัน จึงสามารถเกิดสิวได้เช่นเดียวกับผิวหนังบริเวณอื่นๆ โดยทั่วไปแล้ว สิวเกิดขึ้นเมื่อรูขุมขนอุดตัน ทั้งจากเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และจากน้ำมันธรรมชาติหรือซีบัมที่คอยปกป้องผิวและช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ผสมรวมกับแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว สำหรับบริเวณหูของเรานั้น การเกิดสิวยังอาจเกิดขึ้นจากปัจจัยกระตุ้นอีกหลายอย่าง ได้แก่

สล็อต

ใช้หูฟังสกปรก แชร์หูฟังกับบุคคลอื่น ซึ่งอาจจะทำให้มีการแพร่กระจายของเชื้อโรค
ใช้สิ่งของที่สกปรกหรือไม่เหมาะสมแคะหู หรือใช้นิ้วแหย่หู
สัมผัสกับน้ำที่ไม่สะอาด เมื่อน้ำเข้าไปในหูจึงอาจทำให้หูชั้นนอกอักเสบ
ระดับความเครียดเพิ่มขึ้น
ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น ช่วงวัยรุ่น
ใช้อุปกรณ์เจาะหูที่สกปรกหรือติดเชื้อ
สวมหมวกหรือหมวกนิรภัยเป็นเวลานาน
แพ้ยาสระผมหรือผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่เข้าไปในช่องหู
ทำอย่างไรกับสิวในหูได้บ้าง
หากสิวในหูไม่ได้ทำให้รู้สึกปวดมาก ก็ควรปล่อยให้หายไปเอง ควรหลีกเลี่ยงการนำเครื่องมือใดๆ รวมทั้งมือของตัวเอง เข้าไปแคะหรือกดสิวในหู เนื่องจากอาจทำให้เกิดอาการอักเสบได้ นอกจากนี้การทำให้สิวในหูแตก อาจทำให้หนองจากสิวและแบคทีเรียถูกผลักเข้าไปในหูชั้นใน และอาจเกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อขึ้นมาได้ แต่หากจำเป็นต้องกดสิวในหูจริงๆ ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง เพื่อให้แพทย์ทำการกดสิวออกให้เท่านั้น

สล็อตออนไลน์

โดยทั่วไปแล้ว การเยียวยาสิวที่หู ควรเลือกวิธีการเยียวยาที่อ่อนโยนที่สุด เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการติดเชื้อเข้าไปยังหูชั้นใน เช่น

ใช้แผ่นประคบร้อน
ซึ่งจะช่วยลดอาการอักเสบและระคายเคือง และเปิดรูขุมขน ทำให้สิวแตกออกมาได้เอง หากรักษาสิวในหูด้วยวิธีนี้ คุณต้องทำความสะอาดบริเวณสิว และสารคัดหลั่งที่ไหลออกมาจากสิวให้สะอาดหมดจด ด้วยน้ำสบู่อ่อนๆ หรือเช็ดทำความสะอาดด้วยแอลกอฮอล์หรือวิชฮาเซล

ใช้เรตินอยด์ (retinoid)
ซึ่งเป็นสารในกลุ่มวิตามินเอ ที่จะช่วยผลัดเซลล์ผิวบริเวณรอบๆ สิว แต่ผลิตภัณฑ์ที่มีเรตินอยด์ก็อาจทำให้ผิวของเราแห้งหรือลอกได้ ทั้งยังอาจทำให้ผิวบางลง และไวต่อแสงแดดมากขึ้นด้วย จึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำ หากผิวไม่สามารถทนต่อเรตินอยด์ได้ การใช้กรดซาลิไซลิก ซึ่งมีคุณสมบัติในการขัดลอกเซลล์ผิวเหมือนกัน แต่รุนแรงต่อผิวน้อยกว่า อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า

ใช้เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide)
ส่วนผสมชนิดนี้พบได้ในผลิตภัณฑ์รักษาสิวจำนวนมาก ช่วยในการฆ่าเชื้อแบคทีเรีย Propionibacterium Acnes ที่ทำให้เกิดสิว และยังช่วยในการสลายสิ่งที่อุดตันในรูขุมขนด้วย คุณควรใช้เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ที่มีความเข้มข้นระหว่าง 2.5 ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ เพราะการใช้เปอร์เซ็นต์ความเข้มข้นที่สูงกว่านี้ ไม่ได้ช่วยให้รักษาสิวได้ดีขึ้น แต่อาจทำให้ผิวลอก แดง หรือบวมได้

jumboslot

ใช้น้ำมันทีทรี
มีงานวิจัยที่ชี้ว่าน้ำมันทีทรี 5 เปอร์เซ็นต์ มีคุณสมบัติเทียบเท่ากับเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ แม้ว่าจะเห็นผลได้ช้ากว่า แต่ผิวก็สามารถทนต่อน้ำมันทีทรีได้มากกว่า

ยาปฏิชีวนะ
บางครั้ง แพทย์อาจสั่งยาปฏิชีวนะชนิดทา เช่น ยาอิริโธรมัยซิน (erythromycin) คลินด้ามัยซิน (clindamycin) ให้ใช้ร่วมกับเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ เพราะการใช้เพียงอย่างชนิดเดียวอาจไม่ได้ผล แต่การใช้ยารักษาสิวในหูควรปรึกษากับแพทย์ผิวหนังดีที่สุด

ป้องกันการเกิดสิวในหู
สิวในหู ป้องกันได้ด้วยการดูแลรักษาสุขอนามัยของหูให้ดี เพื่อให้หูสะอาดอยู่เสมอ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

slot

ควรล้างและทำความสะอาดหูเป็นประจำเพื่อลดเซลล์ผิวที่ตายแล้วและความมัน
หลีกเลี่ยงการว่ายน้ำในน้ำสกปรก
หยุดพักจากการสวมหมวกนิรภัยหรือหมวกนิรภัยบ้าง
เมื่อสิวไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยตนเอง ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนังในการตัดสินใจเลือกวิธีป้องกันที่ดีที่สุด หมอจะสามารถช่วยระบุระดับของสิวที่มี และแนะนำให้ใช้ยาหรือการเยียวยาตนเองเพื่อป้องกันไม่ให้สิวลุกลามได้