ดวงตาดูโทรมมีสาเหตุมาจากอะไร

บางวันตื่นมาหน้าตาสดใส ไม่ต้องแต่งหน้าก็เดินเฉิดฉายได้ แต่บางวันใต้ตากลับคล้ำ เป็นหมีแพนด้า ดวงตาดูโทรมไม่สดใส แต่งหน้ายังไงก็ปิดไม่มิด ปัญหา ใต้ตาคล้ำ เกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย บางคนอยากแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่อยากแต่งหน้ากลบใต้ตาแพนด้าอีกต่อไป แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง มีวิธีรับมือกับปัญหาใต้ตาคล้ำมาฝากคุณแล้ว

เครดิตฟรี

สาเหตุของผิว ใต้ตาคล้ำ
ผิวใต้ตาคล้ำเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ มีทั้งสาเหตุที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติยากแก่การแก้ไข และสาเหตุที่เกิดขึ้นจากปัจจัยภายนอก ที่สามารถป้องกันได้ เช่น

โรคภูมิแพ้
ผื่นแพ้ผิวหนังเรื้อรัง
ผื่นแพ้สัมผัส
ความเหนื่อยล้า
แพ้สารหรือละอองที่อยู่ในอากาศ
พันธุกรรม
ความผิดปกติของเม็ดสี
แสงแดด
ผิวบางและสูญเสียคอลลาเจนเนื่องจากวัย
การเกาหรือขยี้ตาแรงๆ
วิธีลดการเกิดรอยคล้ำใต้ตา
ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน

สล็อต

การใช้ผลิตภัณฑ์รอบดวงตาเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวังอย่างมาก เนื่องจากผิวรอบดวงตาเป็นผิวที่มีความบอบบางสูงและเสี่ยงเกิดอาการแพ้หรืออักเสบได้ง่ายกว่าผิวบริเวณอื่น นี่จึงเป็นสาเหตุของปัญหาใต้ตาคล้ำที่เราต้องพบเจอ คุณจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีความอ่อนโยนและผ่านการทดสอบแล้วว่าปลอดภัยกับผิวรอบดวงตาของคุณ

ไม่เกาหรือขยี้ตาแรงๆ
การเกาหรือขยี้ตาแรงๆ จะทำให้ผิวรอบดวงตาเกิดอาการช้ำ และเส้นเลือดฝอยบริเวณนั้นอาจได้รับผลกระทบ ส่งให้ผิวใต้ตาคล้ำได้ ดังนั้น การหลีกเลี่ยงพฤติกรรมดังกล่าว จะเป็นผลดีกับคุณมากที่สุด

ใช้ถุงชาช่วยได้
เป็นที่ทราบกันดีว่าถุงชาที่ชงแล้ว นำไปแช่ในตู้เย็นราว 2 – 3 นาทีแล้วแปะไว้บริเวณดวงตาประมาณ 5 นาที สามารถช่วยลดรอยคล้ำใต้ตาได้ โดยอาศัยสารในชาอย่าง คาเฟอีน และแทนนีน (Tannin) ซึ่งเป็นสารที่พบได้ในผักและผลไม้รสฝาด ช่วยลดอาการบวม อีกทั้งยังช่วยให้เส้นเลือดใหญ่และเส้นเลือดฝอยหดตัว จึงไม่ต้องสงสัยเลยว่า ทำไมถุงชาถึงนิยมนำมาช่วยในเรื่องรอยใต้ตาคล้ำนัก

การรับประทานวิตามินซี
การรับประทานวิตามินซีช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนและการไหลเวียนโลหิต เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น กระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกายจะลดลง เมื่อผิวใต้ตาสูญเสียคอลลาเจน และร่างกายไม่สามารถผลิตคอลลาเจนมาทดแทนได้ดีเท่าที่ควร ทำให้ผิวใต้ตาคล้ำ การกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

สล็อตออนไลน์

สวมแว่นกันแดด
อย่างที่เราทราบกันดีว่า แสงแดดเป็นตัวการที่กระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินเพิ่มมาก เราจึงต้องสวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันรังสียูวี ที่จะเข้าไปทำร้ายผิวรอบดวงตา ป้องกันไม่ให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาขึ้นได้

การพักผ่อนที่เพียงพอ
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ จำเป็นอย่างยิ่งในการซ่อมแซมและฟื้นฟูร่างกาย ไม่ใช่แค่เพียงรักษารอยคล้ำรอบดวงตา แต่ร่างกายทุกส่วนล้วนต้องการการนอนหลับพักผ่อนราวๆ 8 – 10 ชั่วโมง แต่การนอนหลับก็ต้องเป็นการนอนหลับสนิทอย่างมีคุณภาพ แลไม่นอนมากเกินไป เพราะก็ส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นคุณควรนอนแต่พอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป จึงจะเป็นผลดีกับร่างกายและผิวใต้ตามากที่สุด

ตรวจสอบโรคภูมิแพ้
เนื่องจากอาการแพ้ของร่างกาย เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้ การทดสอบภูมิแพ้ที่ทำให้รู้ต้นตอของการแพ้ ช่วยให้คุณเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแพ้ขึ้นได้ โดยปัจจุบันมีวิธีการทางการแพทย์มากมาย เช่น การทดสอบภูมิแพ้ทางผิวหนังด้วยการสะกิด การทดสอบภูมิแพ้โดยการฉีดสารเข้าใต้ผิวหนัง (เฉพาะทดสอบอาการแพ้ยา) การทดสอบภูมิแพ้โดยการเจาะเลือด การกระตุ้นโดยการใช้สารก่อภูมิแพ้ และอื่นๆ

jumboslot

วิธีปกปิดรอยคล้ำใต้ตา
ถ้าการดูแลเพื่อป้องกันและลดรอยคล้ำใต้ตาให้ผลไม่เร็วทันใจ การแต่งหน้าก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ดี ช่วยอำพรางปกปิดรอยคล้ำใต้ตาได้ เพียงแค่คุณเลือกคอนซีลเลอร์ที่มีเฉดสีสว่างกว่าผิวประมาณ 1 เฉดสี ทาลงบริเวณผิวใต้ตาและเกลี่ยให้เรียบเนียน เพื่อปกปิดความหมองคล้ำ เพียงเท่านี้ดวงตาของคุณก็จะกลับมาสว่างสดใสราวกับมีเวทมนต์

คำแนะนำดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการที่อาจช่วยลดโอกาสเกิดผิวใต้ตาคล้ำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีสาเหตุการเกิดที่หลากหลาย รวมไปถึงสาเหตุที่มาจากพันธุกรรมด้วย ดังนั้น หากคุณมีปัญหาผิวใต้ตาคล้ำที่ยากแก่การรักษา ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ท่าบริหารดวงตา ที่ทำได้ง่ายๆ
กะพริบตา
อาการตาล้าที่เกี่ยวเนื่องกับการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ มักเกิดจากคุณจ้องหน้าจอโดยแทบไม่ได้กะพริบตาเลย เชื่อหรือไม่ว่า คนส่วนใหญ่มักลืมที่จะกะพริบตา เมื่อจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ เมื่อคุณกระพริบตาไม่พอ ตาของคุณจะเริ่มแห้งและมีน้ำตาไหล ดังนั้น ลองทำท่าบริหารดวงตาง่ายๆ อย่างการกะพริบตาดู โดยให้กะพริบตาทุก 4 วินาที เพื่อให้ดวงตาของคุณมีความชุ่มชื่น และปราศจากอาการระคายเคือง

มองวัตถุรอบตัว
หลังจากการจดจ่อและจ้องมองจอคอมพิวเตอร์หลายชั่วโมงติดต่อกัน ลองพยายามสลับสายตาไปมองวัตถุที่อยู่ในระยะใกล้และไกล สลับกับการมองรอบๆ ไปมา โดยลองมองหาวัตถุรอบตัวที่ห่างออกไป 150 ฟุตจากตัวคุณ และจ้องมองดูรูปร่างของมัน จากนั้นค่อยๆ มองวัตถุที่อยู่ใกล้ตัวเข้ามาอีกประมาณ 30 ฟุต โดยจ้องมองดูรูปร่างของมันอีกครั้ง คุณอาจใช้เวลา 10-15 วินาทีกับการมองวัตถุแต่ละอย่าง และทำซ้ำ 4-5 ครั้ง

slot

กลอกตา
ท่าบริหารดวงตาด้วยการกลอกตานี้ทำได้ง่ายมากๆ แถมช่วยบริหารดวงตาได้เป็นอย่างดียิ่งด้วย หลังจากที่คุณใช้ดวงตาหนึ่งชั่วโมง ให้เอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตา และค่อยๆ กลอกตาเป็นวงกลม ทำซ้ำ 1-2 ครั้ง ทุกๆ ชั่วโมง เพื่อช่วยนวดดวงตา การกลอกตานั้นช่วยหล่อลื่นดวงตาของคุณไม่แห้ง ทั้งยังช่วยลดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อดวงตา ทำให้ตาหายล้าด้วย

เพ่งมอง
ละสายตาจากหน้าจอ ยกปากกาให้ห่างจากตัว และค่อยๆ เคลื่อนปากกาเข้าหาตัวช้าๆ จ้องมองที่ส่วนปลายของปากกาจนเข้ามาใกล้ที่ปลายจมูก กระทั่งคุณไม่สามารถเพ่งมองมันได้อีก ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง จากนั้นลองเปลี่ยนจากเลื่อนปากกาเข้าออก เป็นเลื่อนปากกาไปทางซ้ายและขวาอีกประมาณ 10 ครั้ง

ประคบด้วยฝ่ามือ
ท่าบริหารดวงตาด้วยการใช้ฝ่ามือประคบที่ตานี้ ถือเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม โดยให้คุณนั่งหลังพิงพนักเก้าอี้ในท่าสบายๆ ถูฝ่ามือสองข้างเข้าด้วยกันจนฝ่ามืออุ่นขึ้น จากนั้นหลับตาแล้วทำฝ่ามือเป็นรูปทรงถ้วย แล้วค่อยๆ ครอบฝ่ามือลงไปที่ดวงตา ความร้อนจากฝ่ามือจะช่วยให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยบรรเทาอาการตาล้าได้เป็นอย่างดี