ผลเสียของการต่อเล็บเจล

ปัจจุบันมีการทำเล็บมากมายหลายวิธีให้สาว ๆ ได้เลือกทำตามความชอบและเงินในกระเป๋า ไม่ว่าจะเป็น การทาเล็บด้วยยาทาเล็บธรรมดา สติ๊กเกอร์ติดเล็บ รวมไปถึง การทาเล็บเจล ที่ได้รับความนิยมในหมู่สาว ๆ อย่างมาก แต่อย่าลืมนะคะ ความสวยต้องมาพร้อมกับสุขภาพที่ดี วันนี้จึงได้นำเคล็ดลับในการบำรุงสุขภาพเล็บ สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทำเล็บมาฝากกันค่ะ

เครดิตฟรี

ทำไมสาว ๆ ถึงชอบทำ เล็บเจล
วงการเล็บเข้าแล้วออกยาก เพราะหลังจากที่ผู้หญิงทาเล็บแล้วทำให้รู้สึกสวยและมีความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะในปัจจุบัน สาว ๆ ส่วนใหญ่นิยมทำ เล็บเจล กันเป็นจำนวนมาก ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้

หากทาสีเล็บเจลถูกวิธี เล็บเจล จะติดแน่นทนทาน อยู่ได้นานโดยไม่ลอกร่อน ต่างจากยาทาเล็บธรรมดา
นอกจากจะติดทนแล้ว สีเล็บเจลยังดูมันวาว สวยงามกว่ายาทาเล็บแบบอื่น ๆ
การทาเล็บเจล ช่วยให้นิ้วของคุณน่ามองขึ้นได้ โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเล็บ เช่น เล็บสีผิดปกติจากโรคบางชนิด เนื่องจาก ยาทาเล็บทั่วไปอาจกลบสีเล็บที่ผิดปกติไม่มิด แต่ การทาเล็บเจล สามารถทำได้
ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับ การทาเล็บเจล
แม้จะเป็นที่นิยม แต่ก็ใช่ว่า การทาเล็บเจล จะเหมาะกับทุกคน มาดูกันสิว่า ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับ การทาเล็บเจล

ผู้ที่มีเล็บอ่อนแอหรือเปราะบาง การทาเล็บเจล ต้องมีการตะไบตกแต่งทรงเล็บ รวมถึงตะไบหน้าเล็บทั้งในขั้นตอนก่อนทาและล้างเล็บ ซึ่งอาจทำให้เล็บคุณบางกว่าเดิมและฉีกขาดได้
ผู้ที่ผิวบอบบาง หรือแพ้ง่าย การทาเล็บเจลต้องใช้น้ำยาล้างเล็บเช็ดทำความสะอาดเล็บ และผิวหนังโดยรอบ รวมถึงใช้ล้างเล็บด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการระคายเคืองได้
ผู้ที่ไวต่อรังสียูวี การทาเล็บเจลต้องมีการอบเล็บด้วยรังสียูวีเอ (UVA) เพื่อทำให้ยาทาเล็บเจลแข็งขึ้น และติดแน่นไปกับเล็บ ผู้ที่ไวต่อรังสียูวี ไม่ว่าจะด้วยปัจจัยทางพันธุกรรม อาการป่วย หรือการใช้ยาหรืออาหารเสริม จึงไม่ควรทาเล็บเจล

สล็อต

ปัญหาสุขภาพที่มาพร้อมความสวยของ เล็บเจล
จากศึกษาวิจัยพบว่า รังสียูวีจากเครื่องอบ เล็บเจล แรงกว่ารังสียูวีจากดวงอาทิตย์ถึง 4 เท่า ผู้ที่ทาเล็บเจลเป็นประจำ โดยเฉพาะผู้ที่เริ่มทาเล็บเจลตั้งแต่อายุยังน้อย อาจได้รับรังสียูวีสะสม เป็นเหตุให้เกิดปัญหาผิวหนัง เช่น ผิวหนังถูกทำลายจากรังสียูวี ผิวหนังแก่ก่อนวัย รวมไปถึงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนัง ได้อีกด้วย
การทาและดูแลเล็บเจลผิดวิธี สามารถสร้างความเสียหายทางกายภาพให้กับเล็บของคุณได้ เนื่องจากต้องมีการตะไบก่อนทาสีและล้างเล็บ รวมไปถึงการแซะสีเล็บเจลออกจากเล็บ และตัดเล็บจึงอาจทำให้เล็บของคุณบางลง หรือฉีกขาดได้
การตัดหนังบริเวณโคนเล็บ (Cuticle) ซึ่งมีหน้าที่ป้องกันเชื้อโรคออกระหว่างทำเล็บ อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น การติดเชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราได้
คำแนะนำจากแพทย์ผิวหนัง เพื่อความสวยที่ดีต่อสุขภาพเล็บ
เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสุขภาพอื่น ๆ เช่น เล็บบางลง เล็บหัก ผิวหนังเหี่ยวย่น รวมถึงความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งผิวหนัง เพราะทาเล็บเจล แพทย์ผิวหนังจึงแนะนำดังนี้

สล็อตออนไลน์

สังเกตให้ดีว่าช่างทาเล็บทำความสะอาดอุปกรณ์ทุกครั้งหรือไม่ หากไม่แน่ใจให้สอบถามช่างทำเล็บว่า เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ได้มาตรฐาน และผ่านการฆ่าเชื้อแล้วหรือยัง
ก่อนทา เล็บเจล ควรทาครีมกันแดดที่มีค่าเอสพีเอฟ (SPF) ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป มีคุณสมบัติกันน้ำ และมีขอบเขตในการออกฤทธิ์กว้าง (Broad spectrum) ช่วยป้องกันรังสีทั้งยูวีเอ (UVA) และยูวีบี (UVB) เพื่อลดความเสี่ยง ไม่ให้มือคุณเป็นมะเร็งผิวหนัง และผิวหนังแก่ก่อนวัยจากรังสียูวี ที่จะได้รับในขั้นตอนการอบเล็บ หรืออาจสวมถุงมือป้องกันรังสียูวี ที่ตัดให้โผล่เฉพาะเล็บออกมาก็ได้
หากคุณทาเล็บเจล ควรบำรุงเล็บและผิวหนังโดยรอบ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น เช่น ปิโตรเลียมเจลลี น้ำมันบำรุงเล็บเป็นประจำ เพื่อให้เล็บคงความยืดหยุ่น และไม่เปราะฉีกง่าย
ไม่ทำเล็บเจลติดต่อกันนานเกิน 1 เดือน และควรพักเล็บอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ ก่อนทำเล็บครั้งต่อไป ระหว่างพักเล็บ อย่าลืมบำรุงเล็บเป็นประจำทุกวัน
หากสีเล็บเจลที่ทาไว้เริ่มหลุดลอก อย่าพยายามแกะหรือแงะเล็บเจลออกเอง เพราะอาจทำให้เล็บเสียหายได้
เวลาล้างเล็บเจล ไม่ควรให้น้ำยาล้างเล็บสัมผัสกับผิวหนังบริเวณอื่นนอกจากเล็บ เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหนังเกิดการระคายเคือง
หากเล็บอ่อนแอ เปราะบาง หรือผิวหนังแพ้ง่าย ควรทาสีเล็บแบบธรรมดาแทนการทาสีเล็บเจล
3 ขั้นตอนง่าย ๆ ในการล้างสีเล็บเจลด้วยตัวเอง
ตะไบเล็บก่อน ใช้ตะไบเล็บขัดสีเล็บเจลออกก่อนแบบหยาบ ๆ เพื่อให้น้ำยาล้างเล็บทำงานได้ดีขึ้น
ใช้ฟอยล์ห่ออาหาร ใช้สำลีจุ่มน้ำยาล้างเล็บให้ชุ่มแล้ววางโปะไว้บนเล็บ จากนั้นใช้ฟอยล์ห่ออาหารแผ่นเล็ก ๆ ห่อแต่ละเล็บเอาไว้ วิธีนี้จะช่วยให้น้ำยาล้างเล็บระเหยช้าลง และสีเล็บเจลหลุดออกจากเล็บได้เร็วขึ้น
อดทนรอ หลังจากห่อเล็บด้วยฟอยล์ห่ออาหารแล้ว ควรรอ 10-15 นาที ให้สีเล็บเจลละลายก่อน จึงค่อยใช้อุปกรณ์ขูดสีเล็บขูดสีเล็บเจลออกเบา ๆ พยายามอย่าให้เล็บลอกออกไปด้วย

jumboslot

เล็บขาว
ถ้าเล็บเป็นสีขาวเกือบทั้งหมด หรือประมาณสองในสามส่วนของเล็บ อาจหมายถึงปัญหาโรคตับ เช่น โรคตับอักเสบ และโรคตับแข็ง นอกจากนี้ยังหมายถึงโรคเบาหวานและหัวใจวายด้วย แต่หากเล็บสีขาวแต่นิ้วมือเป็นสีเหลืองอาจหมายถึงโรคดีซ่าน ซึ่งเกิดจากการที่ตับมีปัญหา ผู้ที่เป็นโรคไตวายเรื้อรัง มักมีเล็บเป็นสีขาวครึ่งเล็บ ส่วนถ้ามีสีขาวเป็นแถบขวางบนเล็บ และเมื่อใช้มือกดที่เล็บ สีขาวจะจางลง อาจหมายถึงภาวะขาดโปรตีนในร่างกาย

เล็บสีซีด
เล็บสีซีดอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่าง เช่น ภาวะโลหิตจาง ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคตับ หรืออาจจะแค่ขาดสารอาหารบางอย่างก็ได้

เล็บเหลือง
หนึ่งในสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของอาการเล็บสีเหลือง คือการติดเชื้อรา ถ้าการติดเชื้อรุนแรงขึ้น เนื้อเยื่อใต้แผ่นเล็บอาจหดตัว และเล็บอาจหนาและงอ ในกรณีที่หาได้ยาก เล็บเหลืองอาจบ่งบอกถึงโรคร้ายแรงบางอย่าง เช่น ไทรอยด์เป็นพิษ โรคปอด โรคเบาหวาน หรือโรคสะเก็ดเงิน

เล็บเหลืองยังอาจเป็นสัญญาณของ Yellow Nail Syndrome ซึ่งอาการของโรคนี้อาจทำให้เล็บหนาขึ้น แต่ไม่ยาวขึ้นเหมือนอย่างปกติ หนังรอบเล็บอาจหายไป หรือโคนเล็บร่อนขึ้นมา ซึ่งอาการนี้อาจมีสาเหตุมาจากโรคภายในหลายอย่าง เช่น การมีเนื้อร้ายในร่างกาย โรคของระบบทางเดินหายใจ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ หรืออาจมาจากการบวมของต่อมน้ำเหลืองที่มือก็เป็นได้

เล็บสีน้ำเงินอมเขียว
ในกรณีนี้ ตัวเล็บจะไม่ได้เปลี่ยนสีโดยตรง แต่ที่เนื้อเยื่อบริเวณใต้โคนเล็บจะกลายเป็นสีน้ำเงินอมเขียวจางๆ อาการนี้เรียกว่า Nail Bed Cyanosis ซึ่งอาจหมายถึงการที่ร่างกายไม่ได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ รวมทั้งอาจบ่งบอกได้ว่าปอดมีปัญหา เช่น โรคถุงลมโป่งพอง (Emphysema) หรือโรคหัวใจบางชนิด ก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เล็บมีสีเช่นนี้ได้

slot

ผิวเล็บขรุขระ
ถ้าผิวเล็บขรุขระ มีลักษณะเป็นรูหรือเป็นหลุม อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของโรคสะเก็ดเงิน หรือโรคข้ออักเสบ ซึ่งอาจพบการเปลี่ยนสีของเล็บร่วมด้วย โดยสีผิวใต้เล็บจะดูเป็นสีแดงอมน้ำตาล

เล็บแตกร่อน
เล็บที่แห้ง เปราะ แตกหรือร่อน อาจเชื่อมโยงกับโรคต่อมไทรอยด์ แต่ถ้าเล็บแตกร่อนและมีสีเหลืองร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อราในเล็บ

โคนเล็บบวม
ถ้าผิวรอบเล็บมีอาการบวมและแดง นี่บ่งบอกถึงอาการอักเสบเกิดของผิวหนังรอบเล็บ ซึ่งอาจเกิดจากโรคแพ้ภูมิตนเอง (Lupus) หรือความผิดปกติของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน รวมถึงการติดเชื้อที่เป็นเหตุให้เกิดรอยแดง และการอักเสบบริเวณโคนเล็บ นอกจากนี้การสัมผัสกับน้ำบ่อยๆ อาจทำให้ผิวหนังรอบเล็บเปื่อยยุ่ย ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองจากสารเคมี เช่น สารเคมีจากน้ำยาทำความสะอาด

มีเส้นสีดำใต้ผิวเล็บ
หากมีเส้นสีดำใต้ผิวเล็บ ควรรีบไปพบคุณหมอให้เร็วที่สุด เนื่องจากอาจหมายถึงภาวะ Melanoma ซึ่งเป็นโรคมะเร็งผิวหนังชนิดที่อันตรายที่สุด หากสาเหตุเกิดจากโรคมะเร็งผิวหนัง ลักษณะเล็บจะเป็นเส้นสีดำ สีไม่สม่ำเสมอ เป็นแค่เล็บเดียว และผิวหนังที่โคนเล็บอาจมีสีดำด้วย

ผิวเล็บนูนโค้ง
อาการนี้จะเกิดขึ้นเมื่อส่วนปลายของนิ้วขยายใหญ่ขึ้น จนเล็บโค้งงอที่บริเวณปลายนิ้ว ปกติจะใช้เวลาเป็นปีว่าจะเกิดอาการเช่นนี้ อาการเล็บโค้งบางทีก็บ่งชี้ถึงออกซิเจนในเลือดต่ำ และอาจเป็นสัญญาณของโรคปอดบางชนิด และยังอาจสัมพันธ์กับลำไส้อักเสบ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคตับ และเอดส์

ปลายเล็บมีวงสีคล้ำ
เป็นลักษณะของวงสีคล้ำที่ปลายเล็บ เรียกว่า Terry’s nails ส่วนใหญ่แล้วมักจะเกิดขึ้นเมื่อมีอายุมากขึ้น แต่ก็อาจเกิดมาจากโรคบางอย่างก็ได้ อย่างเช่นโรคเบาหวาน โรคตับ หัวใจวาย

เล็บเว้า
เป็นลักษณะที่เล็บเว้าลงจนคล้ายรูปช้อน (Spoon nails หรือ Koilonychia)ส่วนใหญ่แล้วอาการนี้เป็นสัญญาณของโรคโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก หรือาจเป็นไปในทางตรงกันข้ามก็คือเกิดจากโรคตับที่ทำให้มีภาวะเหล็กเกิน (Hemochromatosis) เนื่องจากร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารที่กินมากเกินไป บางครั้งอาการนี้ก็สัมพันธ์กับโรคหัวใจ และไฮโปไทรอยด์ หรือภาวะพร่องฮอร์โมนไทรอยด์