วิธีกำจัดรอยแผลเป็นจากสิว

สิว ถือเป็นปัญหาผิวกวนใจของใครหลายๆ คน แต่เรื่องที่น่าหงุดหงิดจากการเป็นสิวคือ คุณต้องเผชิญกับรอยแผลเป็นจากสิวหลังจากที่ต่อสู้กับมันมานาน แต่ไม่ต้องท้อใจไป เพราะมาพร้อมหลากวิธีที่จะช่วย กำจัดรอยแผลเป็นจากสิว ดังต่อไปนี้

เครดิตฟรี

วิธีป้องกันแผลเป็น และทำให้แผลหายเร็วขึ้น
หลีกเลี่ยงแสงแดด
แผลเป็นของคุณจะเข้มขึ้นถ้าโดนแสงแดด เพราะรังสียูวีจากแสงแดดจะกระตุ้นการสร้างเซลล์เม็ดสีที่ส่งผลให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ ฉะนั้น ก่อนออกจากบ้าน ควรทาครีมกันแดดแบบ Broad-spectrum ที่มีค่าเอสพีเอฟตั้งแต่ 30 ขึ้นไป เพราะครีมกันแดดแบบ Broad-spectrum สามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี จำไว้ว่า หลังทาครีมกันแดด คุณควรรอ 15 นาทีค่อยออกแดด และควรทาครีมกันแดดใหม่ทุก 2 ชั่วโมง โดยเฉพาะเมื่ออยู่กลางแจ้ง ว่ายน้ำ หรือมีเหงื่อออกมาก นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 10 โมงเช้า ถึงบ่าย 2 โมง และสวมเครื่องแต่งกายที่ป้องกันแสงแดดเป็นพิเศษ

ไม่ควรแกะแผลเป็น
แผลเป็น คือวิธีการที่ร่างกายรักษาตนเอง แผลเป็นจากสิวโดยส่วนใหญ่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจน ยิ่งคุณแกะแผลเป็นก็จะยิ่งทำให้เกิดการอักเสบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้เกิดสีผิวด่างคล้ำแบบรุนแรง นอกจากนี้ คุณไม่ควรสัมผัส หรือบีบเค้นบริเวณแผลเป็น หรือสิวด้วย เพราะจะทำให้หนองและเชื้อแบคทีเรียตรงลึกเข้าสู่ผิวหนัง จนเกิดความเสียหายมากขึ้น

สล็อต

ไม่ควรใช้วิตามินอีรักษาแผลเป็น
วิตามินอีไม่ได้ทำให้แผลเป็นหายเร็วขึ้น ซึ่งตรงกันข้ามกับความเชื่อโดยทั่วไป ในความเป็นจริงแล้ว วิตามินอีกลับทำให้แผลยิ่งหายช้าลง มีการศึกษาพบว่า วิตามินอีไม่ช่วยให้การรักษาแผลเป็นให้หายเร็วขึ้นในคนส่วนใหญ่ และบางคนอาจเกิดผื่นแพ้สัมผัสหลังจากใช้วิตามินอีทาที่ผิวหนังได้

ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวประเภทคอร์ติโซนครีม และครีมที่ทำให้ผิวกระจ่างใส
แผลเป็นใหม่ มีแนวโน้มที่จะแดงและบวมเนื่องจากการอักเสบ คอร์ติโซนครีมจะช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิว คุณสามารถซื้อคอร์ติโซนครีมได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งยากำกับจากแพทย์ ถ้าแผลเป็นสีเข้ม คุณสามารถใช้ครีมที่ทำให้ผิวกระจ่างใสขึ้นได้ เช่น กรดโคจิก วิตามินซีอาร์บูติน นอกจากนี้ ไฮโดรควิโนน ก็เคยเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นในการช่วยทำให้ผิวกระจ่างใส แต่ไม่เป็นที่นิยมนัก เนื่องจากทำให้ผิวระคายเคืองและอาจก่อมะเร็งได้ โปรดระวังถ้าคุณจะใช้ผลิตภัณฑ์นี้

สล็อตออนไลน์

การเลเซอร์ผิว และการฉีดฟิลเลอร์
แผลเป็นจากสิวที่รุนแรงอาจต้องได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ คุณอาจต้องพบแพทย์ผิวหนังเพื่อรับการรักษาผ่านเลเซอร์ ซึ่งการรักษาในรูปแบบนี้จะใช้เทคโนโลยีในกลุ่ม Fractionated Laser เพื่อทำให้ผิวเรียบเนียน และเสริมการสร้างคอลลาเจนในผิว ซึ่งจะช่วยให้รอยหลุมสิวถูกเติมเต็มได้ และนอกจากการเลเซอร์เพื่อ กำจัดรอยแผลเป็นจากสิว แล้ว หากคุณมีแผลเป็นแบบลึก ก็สามารถจัดการได้ด้วยฟิลเลอร์เช่นกัน อย่างไรก็ดี ถ้าคุณรักษาโดยการฉีดฟิลเลอร์ คุณจำเป็นต้องฉีดซ้ำๆ ติดต่อกัน 4-6 เดือน เพราะเมื่อเวลาผ่านไประยะหนึ่ง ผิวหนังจะดูดซึมฟิลเลอร์เข้าไป

คนที่มีสิวขั้นรุนแรงหรือเป็นสิวหนักมากมักจะมีสิวเห่อทั่วใบหน้า หน้าอก และแผ่นหลัง และอาจเป็นสิวที่กราม ลำคอ รวมถึงที่ก้นด้วย โดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยระบุว่า สิวในระดับรุนแรง นั้น มีลักษณะคือ มีสิวชนิดอักเสบ เช่น สิวตุ่มหนอง (Pustule) สิวผื่นนูน (Papule) สิวตุ่มใหญ่ (Nodule) หรือสิวหัวช้าง (Cyst) จำนวนมาก หรือมีสิวตุ่มใหญ่อักเสบนานและเกิดซ้ำ หรือมีหนองไหล โดยเฉพาะหากเป็นสิวตุ่มใหญ่หรือสิวหัวช้างที่มักอยู่ลึกลงไปในผิวหนัง ก็จะยิ่งทำให้มีอาการเจ็บ และเป็นแผลเป็นได้ง่ายเมื่อสิวหาย และบางคนอาจมีสิวชนิดไม่รุนแรง อย่างสิวอุดตัน ที่มีทั้งแบบหัวปิด (สิวหัวขาว) และหัวเปิด (สิวหัวดำ) ร่วมด้วย

ทำไมเราถึงไม่ควรปล่อยให้สิวเห่อหนัก
การใช้ชีวิตร่วมกับ สิวในระดับรุนแรง สามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณได้ ยิ่งคุณปล่อยให้เป็นสิวหนักมากนานเท่าไหร่ สุขภาพของคุณก็จะยิ่งแย่ลงมากเท่านั้น โดยผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นเผยว่า สิวสามารถนำไปสู่โรคซึมเศร้าโรควิตกกังวล หรือปัญหามีความนับถือตัวเอง หรือความภูมิใจในตัวเองต่ำ (Low self-esteem) ได้ อีกทั้ง ปัญหาสิวรุนแรงอาจทำให้เจ้าตัวไม่อยากพบปะสังสรรค์กับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง จนส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตในสังคม หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ด้วย

jumboslot

ฉะนั้น ผู้เชี่ยวชาญจึงแนะนำว่า หากคุณเป็นสิวหนักมาก ควรรีบรักษาสิว อย่าปล่อยให้สิวเห่อ เพราะการรักษาสิวนอกจากจะช่วยให้สิวหาย ช่วยป้องกันจุดด่างดำหรือหลุมสิวเกิดใหม่แล้ว ยังช่วยพัฒนาอารมณ์และเพิ่มความนับถือตัวเองให้คุณได้ด้วย

เป็นสิวหนักมาก ดูแลและรักษายังไงถึงจะหาย
คนที่เป็นสิวหนักมาก ก็น่าจะรู้ดีว่าเจ้าสิวตัวร้ายนี้รักษายากเย็นแค่ไหน แต่หากคุณทำตามเคล็ดลับในการดูแลผิวเหล่านี้อย่างเคร่งครัด เรารับรองว่าปัญหาสิวเห่อหนักมากที่คุณเผชิญ จะต้องดีขึ้นแน่นอน

ทำความสะอาดผิวอย่างอ่อนโยน
เพื่อป้องกันผิวถูกทำร้าย หรือสิวเห่อหนักกว่าเดิม ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ล้างหน้าสูตรอ่อนโยนวันละ 2 ครั้ง
เวลาโกนขน ควรทำอย่างเบามือ
หลังเล่นกีฬา หรือเหงื่อออกมาก ต้องรีบล้างหน้าให้สะอาด หรือหากทำได้ควรอาบน้ำทันทีเพื่อขจัดเหงื่อและสิ่งสกปรก เพราะการเช็ดเหงื่ออย่างเดียวอาจทำให้สิวแย่ลงได้
ก่อนนอน อย่าลืมเช็ดเครื่องสำอางออกให้เกลี้ยง และล้างหน้าให้สะอาด

slot

ป้องกันแสงแดดให้ดี
สำหรับบางคน แค่ผิวหน้าหรือบริเวณที่เป็นสิวสัมผัสแสงแดดโดยปราศจากการป้องกัน ก็อาจทำให้สิวยิ่งเห่อหนักกว่าเดิมได้ คุณจึงควรปกป้องผิวจากแสงแดดให้ดี ด้วยวิธีต่อไปนี้

ทาครีมกันแดดทุกวันทั้งตอนอยู่ในที่ร่มและอยู่กลางแจ้ง โดยทาทิ้งไว้อย่างน้อย 15-30 นาที จึงค่อยออกแดด และควรทาครีมกันแดดซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง
หากต้องอยู่ในที่กลางแจ้ง นอกจากทาครีมกันแดดแล้ว คุณต้องสวมหมวกปีกกว้าง เพื่อปกป้องผิวหนังบริเวณใบหน้าและลำคออีกทางหนึ่งด้วย
ใช้ยารักษาสิวที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
หากคุณยังไม่อยากไปหาหมอสิว หรือแพทย์ผิวหนัง คุณก็สามารถซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยรักษาสิวจากร้านขายยามาใช้เองก่อนได้ โดยต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของเบนโซอิลเพอร์ออกไซด์ (Benzoyl Peroxide) กรดซาลิไซลิก (Salicylic acid) ซัลเฟอร์ (Sulfur) รีซอร์ซินอล (Resorcinol) โดยต้องไม่ลืมล้างหน้าให้สะอาด และเช็ดหน้าให้แห้งก่อนทาครีมรักษาสิว และหากใช้แล้วสิวเห่อ หรือเจ็บปวดหนักกว่าเดิม ควรหยุดใช้แล้วปรึกษาแพทย์ทันที