สูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง

ปัญหาใบหน้าหมองคล้ำยังคงกวนใจกันอยู่ใช่ไหม ? ในชีวิตประจำวันของเราต้องเผชิญกับมลภาวะมากมาย ควันรถยนต์ สภาพอากาศที่มีทั้งฝุ่นละออง แสงแดดรังสี UV ที่ทำร้ายเซลล์ผิวบนในหน้า นอกจากจะใช้ครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางปกปิดแล้วก็ตาม เมื่อล้างสิ่งเหล่านี้ออกจากใบหน้า ก็ยังมีความหมองคล้ำอยู่ดี วันนี้มีสูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง ที่ช่วยให้หน้าใสขึ้นด้วยวิธีธรรมชาติมาฝากกัน

เครดิตฟรี

มารู้จักกับ น้ำผึ้ง กันดีกว่า
น้ำผึ้ง จัดเป็นยาพื้นบ้านที่ใช้กันมานานมีประโยชน์ต่อสุขภาพและยังมีส่วนในการรักษาทางการแพทย์ น้ำผึ้งยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ ในธรรมชาตินั้นผึ้งจะกักเก็บน้ำหวานจากดอกไม้ไว้ในถุงเอนไซม์และนำกลับมาเก็บไว้ในรัง

โดยน้ำผึ้งแท้จะมีความข้นเหนียว มีรสชาติที่หวานหอม นอกจากจะนำน้ำผึ้งมาใช้ในการปรุงอาหารในครัวเรือนแล้ว ยังสามารถนำมาบำรุงผิวหน้าคืนความผ่องใส เพิ่มความชุ่มชื่น

สารต้านอนุมูลอิสระ คืออะไร?
สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidants) เป็นสารที่สามารถช่วยลดอนุมูลอิสระในร่างกายเราได้ โดยสารต้านอนุมูลอิสระพบมากในธัญพืช ผัก ผลไม้ สมุนไพร และสามารถช่วยป้องกันโรคหัวใจโรคมะเร็ง และโรคต่างๆอีกมากมาย นอกจากจะช่วยลดอนุมูลอิสระในร่างกายของเราแล้ว เมื่อเรานำน้ำผึ้งมาใช้เพื่อความงาม ไม่ว่าจะเป็นการใช้เป็นส่วนผสมในการมาส์กหน้า หรือพอกบำรุงผิวกาย
สารต้านอนุมูลอิสระที่อยู่ในน้ำผึ้งนั้นก็ยังทำหน้าที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวซ่อมแซมผิวภายนอกของเราให้ผิวเราใส เปล่งปลั่ง อ่อนกว่าวัยเช่นเดียวกัน

น้ำผึ้ง มีประโยชน์อย่างไรกับผิวหน้า
ซ่อมแซมเซลล์ผิวบนใบหน้า
ผลัดเซลล์ผิวเก่าออกเผยผิวใหม่อย่างอ่อนโยน
รักษาสิว รอยสิว ลดการอักเสบของสิว
เพิ่มความชุ่มชื้นบนผิวหน้าแห้งกร้าน ลอกเป็นขุย
ปรับสมดุลแบคทีเรียบนใบหน้า
ช่วยลดสารอนุมูลอิสระบนผิวหน้า

สล็อต

สูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง วิธีธรรมชาติที่ปลอดภัย
ส่วนผสมที่ต้องเตรียม
น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ
โยเกิร์ต 2 ช้อนโต๊ะ
ไข่ขาว 1 ฟอง
ข้าวโอ๊ตสำเร็จรูป 3 ถ้วย
แอปเปิ้ลครึ่งลูก
ขั้นตอนการพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง
นำข้าวโอ๊ตแช่ในน้ำอุ่นประมาณ 5 นาที นำไปพักไว้ รอดูจนข้าวโอ๊ตพองตัว
ทำการแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว
นำแอปเปิ้ลมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงในเครื่องปั่นผลไม้ เติมโยเกิร์ตและน้ำผึ้งที่เตรียมไว้ลงไปในเครื่องปั่น
จากนั้นนำไข่ขาวเพียงอย่างเดียวเทใส่ลงไป ปั่นให้เข้ากันเมื่อส่วนผสมเริ่มเข้ากัน นำข้าวโอ๊ตที่ได้แช่น้ำไว้เติมลงไป ระวังอย่าให้เละมากเนื่องจากข้าวโอ๊ตที่แช่น้ำมีความนิ่มอยู่แล้ว
เทใส่ภาชนะที่สะอาด แล้วนำมาพอกหน้า โดยการพอกหน้าควรพอกทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สูตรพอกหน้าด้วยน้ำผึ้ง ควรทำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แค่นี้หน้าของสาวๆก็สามารถเผยผิวใส ไม่ต้องกังวลเรื่องสิวและความหมองคล้ำอีกต่อไป

สล็อตออนไลน์

สภาพอากาศ และ มลภาวะ กับการเกิดสิว
สภาพอากาศชื้น
เมื่อสภาพแวดล้อมมีความชื้นในช่วงฤดูฝน หรือในสภาพอากาศแบบร้อนชื้น คุณอาจมีโอกาสที่จะเกิดสิวหรือสิวมีอาการรุนแรงขึ้นได้ คุณอาจเข้าใจว่าความชื้นทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อสภาพผิวที่ดี แต่การอยู่ในสภาพอากาศที่ชื้น ทำให้คุณเกิดเหงื่อ เมื่อเหงื่อรวมกับเซลล์ที่ตายแล้วและฝุ่น ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน ความชื้นสามารถกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกิน การผสมกันระหว่างน้ำมัน เซลล์ที่ตายแล้ว และฝุ่นทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน เมื่อเกิดการอุดตัน ทำให้เกิดสิวและชะลอกระบวนการฟื้นฟูของผิวจากการเกิดสิว

ดังนั้น สิ่งสำคัญคือ คุณต้องรักษาผิวให้สะอาดหลังจากที่เหงื่อออก ควรทำความสะอาดผิวด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนและน้ำอุ่น ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าและร่างกายโดยเฉพาะ

สภาพอากาศแห้ง
สภาพอากาศแห้งร่วมกับอากาศเย็นสามารถส่งผลเสียต่อผิวได้ เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูที่อากาศแห้ง สภาพผิวจะแห้งขึ้น ทำให้ต่อมไขมันหลั่งน้ำมันออกมามากขึ้นเพื่อปกป้องและรักษาความชุ่มชื้นของผิว นอกจากนี้ เมื่อผิวแห้ง ผิวหนังชั้นบนอาจลอกออก เซลล์ผิวหนังจำนวนมากรวมกับน้ำมันส่วนเกินทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขน จึงทำให้เกิดสิวซ้ำ

ดังนั้น คุณควรรักษาความชุ่มชื้นของผิวและรักษาความสมดุลของน้ำมันและน้ำ เมื่อผิวมีความชุ่มชื้นเพียงพอ เซลล์ผิวที่ตายแล้วและน้ำมันส่วนเกินจะลดลง

jumboslot

สภาพอากาศร้อน
ในสภาพอากาศร้อน คุณอาจเหงื่อออกมากขึ้นและเหงื่อสามารถทำให้เกิดสิวได้ คุณจึงควรทำความสะอาดผิวสม่ำเสมอเพื่อลดน้ำมันส่วนเกินและเหงื่อ และอาจใช้ครีมที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) และ เบนโซอิล เพอร์ออกไซด์ (benzoyl peroxide) เพื่อช่วยป้องกันการเกิดสิวจากอากาศที่ร้อน

มลภาวะ
ในงานวิจัยชิ้นหนึ่งในวารสาร Clinical, Cosmetic and Investigational Dermatology แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันระหว่างมลพิษทางอากาศ กับอาการของสิวที่แย่ลง โดยนักวิจัยได้ระบุว่า สิวดูจะเพิ่มขึ้นในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศสูงและคุณภาพอากาศไม่ดี งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่งชี้ว่ามลภาวะส่งผลต่อระดับการสร้างน้ำมันในผิว (ซีบัม) และอาการอักเสบ งานวิจัยชิ้นหนึ่งในประเทศจีนเผยว่า ผู้ที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองมีระดับซีบัมสูงกว่าคนที่อยู่ในบริเวณที่มีมลพิษน้อยกว่า และเมื่อรวมกับการที่ผิวต้องเผชิญกับรังสียูวีด้วยแล้ว ก็ทำให้ผิวยิ่งมีโอกาสระคายเคือง และนำไปสู่การเกิดสิวมากยิ่งขึ้น

ถ้าหากคุณอยู่ในสถานที่ซึ่งมีมลภาวะสูง ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทำความสะอาดผิวอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ที่จะไม่ทำให้ผิวยิ่งระคายเคืองขึ้นไปอีก ปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด และเลือกใช้ส่วนผสมที่ช่วยสร้างความแข็งแรงให้ปราการป้องกันผิว เช่น ไนอะซิไมด์ (niacinamide) เซราไมด์ (ceramide) หรือน้ำมันจากธรรมชาติ เช่น น้ำมันโรสฮิป และส่วนผสมที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี วิตามินซี ก็เป็นตัวช่วยที่สำคัญอีกอย่างในการปกป้องผิวของคุณ

กล่าวได้ว่าสภาพอากาศส่งผลกระทบต่ออาการสิวได้ ความร้อน ความชื้น อากาศแห้ง และมลพิษในอากาศทำให้อาการสิวรุนแรงขึ้นและทำให้เกิดสิวมากขึ้นได้ ดังนั้น การดูแลผิวหน้าและผิวกายให้เหมาะสมกับสภาพผิวและสภาพอากาศในบริเวณที่คุณอาศัยอยู่ จึงถือเป็นเรื่องสำคัญมาก และหากคุณทำได้ ก็จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดปัญหาสิวจากสภาพอากาศ และ มลภาวะได้มากเลยทีเดียว

slot

เราจำเป็นต้องรักษาสิวอักเสบประเภทต่างๆ ด้วยวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป นับเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราจะต้องแยกแยะให้ได้ว่า สิวอักเสบของเรามีอาการยังไง ซึ่งโดยปกติแล้วจะจัดประเภทได้ดังนี้

สิวอุดตันที่เกิดการอักเสบ (Inflamed Comedone)นี่คือสิวหัวดำหรือสิวหัวขาวที่เกิดอาการอักเสบและบวมแดง
สิวตุ่มแดง (Papule) สิวเม็ดเล็กๆ สีแดงๆ ที่มีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งเกิดขึ้นใกล้ๆ กับผิว
สิวหัวหนอง (Pustule) มีลักษณะคล้ายๆ สิวอักเสบแต่มีขนาดใหญ่กว่า
สิวอักเสบแบบเป็นก้อน (Nodules) สิวแบบนี้จะเป็นตุ่มขนาดใหญ่ที่อยู่ใต้ผิวลงไป
สิวซีสต์ (Cystic Acne) เป็นสิวเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองอยู่เต็ม และเกิดอยู้ใต้ผิว
สิวหัวช้าง สิวหัวช้างเป็นสิวที่มีอาการอักเสบชนิดรุนแรงที่สุด ซึ่งก็คล้ายๆ กับสิวซีสต์นั่นแหละ ที่เกิดอยู่ใต้ผิว มีหนองอยู่เต็ม มีขนาดใหญ่ และเมื่อโดนสัมผัสจะรู้สึกเจ็บ