แนะนำแสงสีฟ้ารักษาสิว

สาว ๆ หลายคนคงเคยเห็นคลินิกความงามหลายแห่ง เริ่มหันมาให้ความสนใจกับนวัตกรรม แสงสีฟ้ารักษาสิว ซึ่งอาศัยการทำงานของความยาวคลื่นของเจ้า แสงสีฟ้า เข้าไปจัดการกับต้นตอปัญหาสิว หรือเชื้อแบคทีเรีย พีแอคเน่ (P. acne) ผู้ร้ายทำลายผิวสวยให้กลายเป็นสิวอักเสบ

เครดิตฟรี

ด้วยความปลอดภัยและผลข้างเคียงที่ค่อนข้างน้อยของเจ้าแสงตัวนี้ ทำให้สาว ๆ หลายคนยกให้เป็นทางเลือกในการรักษาสิวในดวงใจ แต่ใช่ว่าการรักษาด้วยวิธีการนี้จะมีแต่ผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมเพียงอย่างเดียว ยังมีข้อควรระวังและการปฏิบัติตัว เมื่อคิดจะรักษาด้วยวิธีนี้ มาทำความรู้จักกับเรื่องราวของ แสงสีฟ้า กับการรักษาสิว ก่อนตัดสินใจว่าจะรักษาด้วยวิธีนี้ดีหรือไหม หรือควรปล่อยผ่าน
แสงสีฟ้า คืออะไรและช่วงความยาวคลื่นมีผลต่อการรักษา

แสงแต่ละสีที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน มีความยาวคลื่นที่แตกต่างกันตามระดับ ซึ่งวัตถุต่าง ๆ บนโลกจะมีการดูดจับสีจากแสงที่แตกต่างกันเฉพาะ จึงเกิดเป็นสีของวัตถุที่ตาของเรามองเห็น จากการสำแนกสีตามระดับความยาวคลื่นของนักวิทยาศาสตร์ สามารถจำแนกแสงตามความยาวคลื่นได้ออกเป็น 7 สี

แสงสีม่วง 383 – 440 นาโนเมตร
แสงสีน้ำเงิน 440 – 455 นาโนเมตร
แสงสีฟ้า 455 – 500 นาโนเมตร
แสงสีเขียว 500 – 565 นาโนเมตร
แสงสีเหลือง 565 – 590 นาโนเมตร
แสงสีแสด 590 – 625 นาโนเมตร
แสงสีแดง 625 – 740 นาโนเมตร

สล็อต

จากการทดสอบคุณสมบัติที่ดีของแสงความยาวคลื่นเหล่านี้ ได้นำมาใช้ในด้านความงาม เพื่อฟื้นฟูผิวหลายประการ ตามแต่ความสามารถของแสงแต่สี แสงที่ช่วยในการรักษาผิวหลัก ๆ จะมีอยู่ 4 สีคือ แสงสีฟ้า แสงสีเขียว แสงสีเหลือง และแสงสีแดง ซึ่งแสงแต่ละสีที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกันและจะใช้ในการรักษาปัญหาผิวที่แตกต่างกันด้วย โดยแสงที่ใช้ในการรักษาสิวคือ แสงสีฟ้า ที่อาศัยช่วงความยาวคลื่น 470 นาโนเมตร ในการรักษา

กระบวนการทำงานของ แสงสีฟ้ารักษาสิว
การรักษาสิวด้วยแสงสีฟ้า คือการใช้คลื่นความยาวของแสงฉายลงบนผิวหนังที่เกิดสิว เพื่อให้แสงเข้าไปฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า พีแอคเน่ (P.acne) ที่เราคุ้นหูกันดี ซึ่งเจ้าแบคทีเรียชนิดนี้คือตัวการที่ทำให้เกิดสิว เมื่อทำปฏิกิริยาร่วมกับเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้ว และน้ำมันจากต่อมไขมันที่อุดตันอยู่ในรูขุมขน ดังนั้น การฉายแสงเพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรียดังกล่าว จึงอาจช่วยลดสิว อาการอักเสบของสิว และลดโอกาสในการติดเชื้อของสิวได้

แต่กระบวนการทำงานของ แสงสีฟ้า เป็นเพียงการทดสอบในผู้ที่มีสิวน้อยถึงปานกลางเท่านั้น ยังไม่มีงานวิจัยที่สามารถยืนยันได้ว่า แสงสีฟ้า สามารถจัดการกับผู้ที่เป็นสิวรุนแรงได้หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ การรักษาด้วยวิธีนี้เห็นผลในการรักษาสิวได้อย่างรวดเร็ว และกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน

สล็อตออนไลน์

ระยะเวลาในการรักษา
การรักษาสิวด้วย แสงสีฟ้า ใช้ระยะเวลาในการทำครั้งละประมาณ 15 – 30 นาที ประมาณ 8 ครั้ง ภายใน 4 สัปดาห์ตามการประเมิณของคุณหมอผู้ทำการรักษา โดยก่อนที่จะทำการรักษาสาว ๆ ควรล้างหน้าให้สะอาดปราศจากเครื่องสำอางและสวมแว่นประกอบการรักษาทุกครั้ง เมื่อทำการฉาย แสงสีฟ้า เสร็จอาจมีผิวหน้าอาจเกิดอาการแดงขึ้นได้ แต่ไม่ต้องเป็นกังวลเพราะรอยพวกนี้จะหายไปอย่างรวดเร็ว ส่วนผลลัพธ์ขอการรักษาจะเห็นผลได้ภายใน 2 – 4 สัปดาห์ ในระหว่างนี้สาว ๆ ห้ามบีบสิวและทำตามคำแนะนำของคุณหมอผู้เชี่ยวชาญอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดนะ

ความปลอดภัยในการใช้ แสงสีฟ้ารักษาสิว
จากรายงานการศึกษาในขณะนี้ ยังไม่พบความเสี่ยงที่อาจเป็นตรายต่อผิวในระยะยาว ด้วยการรักษาสิวด้วยแสงสีฟ้า นอกจากจะไม่ทำให้เกิดอาการแสบหรือปวด แต่อาจจะเกิดผลข้างเคียงเล็กน้อยหลังการรักษา เช่น อาการบวม แดง หรือหน้าแห้ง ดังนั้น สาว ๆ ที่กำลังทำการรักษาสิวด้วยแสงสีฟ้าควรรักษาความชุ่มชื้นของผิวให้ดี เพราะหากผิวแห้ง หรือขาดน้ำหล่อเลี้ยงผิว อาจส่งผลต่อผิวในระยะยาว อย่างการแพ้สารเคมีง่ายกว่าปกติ หรือริ้วรอยก่อนวัยอันควร ถึงแม้ความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียงจะต่ำ แต่อย่าลืมว่าผิวเมื่อถูกใช้งาน ก็ควรได้รับการบำรุงอย่างเต็มที่ เพื่อผิวสุขภาพแข็งแรงไม่อ่อนแอ

jumboslot

ข้อเสียของการใช้แสงสีฟ้าในการรักษาสิว
การรักษาอาจได้ผลลัพธ์เพียงชั่วคราว และอาจต้องอาศัยความถี่ในการรักษา
แสงที่ใช้ในการรักษาอาจส่งผลกระทบต่อดวงตาได้
การรักษาด้วยแสงสีฟ้าเพียงอย่างเดีย วอาจไม่เห็นผลชัดเจนมากนัก จึงต้องมีการรักษาด้วยวิธีอื่นร่วมด้วย เพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดสิวที่เต็มขุมพลัง
ในประเทศไทยเครื่องมือทางการรักษาสิวชิ้นนี้ ยังไม่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยา (อย.)
หวังว่าสาว ๆ คงได้ทราบข้อมูลประกอบกาตัดสินใจที่ครบครับของการรักษาด้วยแสงที่กำลังเป็นที่นิยม แต่อาจเกิดการกังวลใจถึงผลลัพธ์และผลกระทบ ถึงอย่างไรก็คิดทบทวนให้ดี เพราะผิวหน้าของเรามีค่ามากกว่าอะไร

สิวหัวช้าง เป็น สิวเกิดขึ้นจากการอุดตันของรูขุมขน ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดการอุดตันนั้น โดยปกติก็คือเซลล์ผิวหนังที่ตายแล้วนั่นเอง บางครั้งอาจมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปผสมด้วย ทำให้สิวเกิดการอักเสบ เป็นสีแดงและบวมขึ้นมา สิวหัวช้างเกิดขึ้นเมื่อมีการติดเชื้อที่อยู่ลึกลงไปในผิว ทำให้เกิดตุ่มแดงนิ่มและมีหนอง ซึ่งอาจมีการเจ็บหรือคันได้ ถ้าสิวหัวช้างเกิดแตกขึ้นมา ก็จะทำให้เชื้อโรคแพร่กระจาย และเกิดเม็ดสิวขึ้นมามากขึ้น

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ สิวหัวช้าง
ถึงแม้สิวจะเป็นเรื่องปกติ แต่สิวหัวช้างมักจะเกิดขึ้นได้ไม่บ่อยนัก และมักจะมีความรุนแรงกว่าสิวโดยปกติ ปัจจัยหลักที่อยู่เบื้องหลังสิวหัวช้าง ก็คือการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมนในผู้ที่ยังเป็นวัยรุ่น แต่บางครั้งสิวหัวช้างก็เกิดกับคนที่มีอายุมากได้เหมือนกัน
สิวหัวช้างไม่ได้เกิดจากการกินช็อกโกแลตถั่ว หรืออาหารมัน ๆ และไม่ได้เกิดเพราะทำความสะอาดไม่ดี หรือเพราะสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองด้วย
สิวหัวช้างอาจมีอาการเจ็บปวด และอาจทำให้ทุกข์ใจได้ เนื่องจากสิวหัวช้างจะส่งผลกระทบบนใบหน้าให้เห็นได้อย่างชัดเจน

slot

อาการของ สิวหัวช้าง
สิวหัวช้างเป็นสิวที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นสิวที่มีความรุนแรงมากที่สุด โดยจะสร้างถุงและก้อนสิวขึ้นมาแล้วมีเลือดและหนองเข้าไปคั่งอยู่ในนั้น ซึ่งอาจทำให้มีแผลเป็นที่มองเห็นได้ชัดเจนด้วย

สิวทุกประเภทมักจะส่งผลทางด้านอารมณ์และความมั่นใจในตัวเองอยู่แล้ว แต่สิวช้างมักจะสร้างผลกระทบทางร่างกายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เพราะมักจะเกิดขึ้นบนใบหน้าที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน และมักจะเกิดขึ้นกับเด็กวัยรุ่นที่มีความอ่อนไหวทางสังคมด้วย

คนที่เป็นสิวส่วนใหญ่มักไม่มีอาการทางร่างกาย แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นบนผิวอาจสร้างความทุกข์ใจขึ้นมาได้ สำหรับบางคนที่เป็นสิวหัวช้างนั้น ความทุกข์ใจนั้นจะยิ่งใหญ่กว่ามาก และสิวเม็ดใหญ่ ๆ นั้นก็อาจสร้างความเจ็บปวดขึ้นมาด้วย ฉะนั้น จึงนับเป็นเรื่องสำคัญมากที่ต้องทำการ รักษาสิวหัวช้าง หากถ้าปล่อยทิ้งไว้เนิ่นนาน ก็อาจทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยแผลเป็นและความเสียหายกับผิวได้ โดยสิวหัวช้างมักจะทำให้เกิดอาการ ดังนี้

หลุมสิวทั้งแบบเล็ก ๆ หรือเป็นรอยลึก
หลุมสิวใหญ่ ๆ
รอยขรุขระแบบผิวโลกพระจันทร์
แผลเป็นที่เป็นรอยนูนแดง