โพรไบโอติกช่วยรักษาสิว

โพรไบโอติก (Probiotic) คือ แบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในร่างกาย ชื่อที่หลายคนอาจคุ้นเคยกันดีของโพรไบโอติก ก็คือ “แล็กโทบาซิลลัส” ที่อยู่ในนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ตนั่นเอง แล็กโตบาซิลัสก็คือโพรไบโอติกชนิดหนึ่งที่ช่วยในการย่อยอาหาร ประโยชน์ของโพรไบโอติกนอกจากเกี่ยวกับระบบย่อยอาหารแล้ว ยังช่วยทำให้ลำไส้แข็งแรง ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย แล้วรู้หรือไม่ว่า โพรไบโอติก รักษาสิว ได้ด้วยนะ

เครดิตฟรี

โพรไบโอติกคืออะไร
ร่างกายของเราจะมีแบคทีเรียชนิดดีและแบคทีเรียที่ไม่ดีอาศัยอยู่ โพรไบโอติก คือ แบคทีเรียชนิดดีที่อยู่ในร่างกายโดยเฉพาะในระบบย่อยอาหาร โพรไบโอติกมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย เช่น ช่วยทำให้ลำไส้แข็งแรง ช่วยลดแบคทีเรียที่ไม่ดี ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ปรับสมดุลให้ระบบย่อยอาหาร รวมถึงช่วยทำให้ผิวดีขึ้นด้วย

หากจำนวนโพรไบโอติกในร่างกายมีน้อย จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ไม่ค่อยดีจนทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ท้องผูกท้องเสีย หรือท้องอืด โพรไบโอติดยังส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน หากรู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ เหนื่อยง่าย เป็นหวัดบ่อย หรือแม้กระทั่งมีปัญหาเกี่ยวกับผิวหนัง อาจเป็นสัญญาณว่า คุณจะต้องเพิ่มจำนวนแบคทีเรียชนิดดีอย่างโพรไบโอติกให้แก่ร่างกายแล้ว

โพรไบโอติก รักษาสิว คืออะไร
งานวิจัยของ Robert H. Siver นายแพทย์จากโรงพยาบาล Union Memorial ในเมืองบอลทิมอร์ ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้ให้คนไข้ที่มีปัญหาสิวจำนวน 300 คนกินโพรไบโอติก 2 ชนิด คือแล็กโทบาซิลลัส แอซิโตฟิลัส (Lactobacillus acidophilus) กับแล็กโทบาซิลลัส บัลกาลิคัส (Lactobacillus bulgaricus)

สล็อต

ผลการทดลองพบว่า 80% ของผู้ที่เป็นสิวมีอาการดีขึ้น อีกงานวิจัยหนึ่งที่สอดคล้องกันคืองานวิจัยจากประเทศอิตาลี ที่ให้ผู้ที่เป็นสิวกินโพรไบโอติก ชนิดแอล. แอซิโตฟิลัส (L. acidophilus) และบี. บิฟิตัม (B. bifidum) ปริมาณ 250 มิลลิกรัม ผลการวิจัยพบว่าคนที่เป็นสิวมีอาการดีขึ้นอย่างสังเกตเห็นได้ที่เป็นแบบนี้เนื่องจากโพรไบโอติกนั้นช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งส่งผลต่ออาการอักเสบที่เป็นหนึ่งในสาเหตุของการเกิดสิว

เมื่อร่างกายได้รับโพรไบโอติก ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันดีขึ้น อาการอักเสบลดลง ส่งผลทำให้คนที่เป็นสิวมีผิวหน้าดีขึ้น นอกจากนี้ด้วยความที่โพรไบโอติกเป็นแบคทีเรียที่ดี ส่วนแบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิวนั้นเป็นแบคทีเรียที่ไม่ดี การเพิ่มจำนวนโพรไบโอติกในร่างกายจึงทำให้ช่วยลดจำนวนแบคทีเรียที่ไม่ดี ซึ่งทำให้สิวลดลงด้วย

วิธีใช้โพรไบโอติกรักษาสิว
หากใครที่ลองมาทุกวิธีแล้วแต่ก็ยังมีสิวอยู่ อยากให้ลองดูวิธีการรักษาจากระบบภายในร่างกาย บางทีสาเหตุที่ทำให้สิวไม่หายอาจเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ ระบบย่อยอาหารและระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ไม่ดี สิวเลยไม่หายซักที วิธีใช้โพรไบโอติกช่วยในการรักษาสิวจึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

สล็อตออนไลน์

การเพิ่มโพรไบโอติกในร่างกายสามารถทำได้ง่ายๆด้วยการกินอาหารที่มีโพรไบโอติก ได้แก่ โยเกิร์ต ซุปมิโซะ น้ำเต้าหู้ กิมจิ หรือในพวกของดองเช่น แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง แต่การกินอาหารเหล่านี้อาจไม่ได้เพิ่มแค่โพรไบโอติก แต่อาจเพิ่มสารอาหารที่ไม่ดีต่อร่างกายมาด้วย เช่น อาหารที่มีโซเดียมมากเกินไป ดังนั้นจึงควรกินในปริมาณที่พอดี ไม่กินเยอะเกินไปจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ส่วนโพรไบโอติกจากอาหารเสริมในปัจจุบัน องค์กรอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (FDA) จัดให้โพรไบโอติกเป็นอาหาร ไม่ใช่ยา บริษัทที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารเสริมโพรไบโอติกก็ไม่ได้ระบุอย่างชัดเจนว่า ปลอดภัยหรือได้ผลดีกับร่างกาย และถึงแม้ว่าตอนนี้คนส่วนใหญ่ที่กินอาหารเสริมโพรไบโอติกจะไม่เป็นอะไร แต่ก็ไม่ได้รับประกันว่าโพรไบโอติกจะปลอดภัยกับทุกคน

บางคนเกิดอาการแพ้โพรไบโอติกจนสิวขึ้นหนักกว่าเดิมก็มี ดังนั้นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการซื้ออาหารเสริมโพรไบโอติกมากิน คือ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญว่าควรกินหรือไม่ และควรกินในปริมาณเท่าใด และศึกษาข้อมูลรวมถึงผลข้างเคียงเพื่อความปลอดภัยก่อนรับประทาน

ข้อควรระวังในการกินโพรไบโอติก
ผู้ที่ต้องระมัดระวังในการกินโพรไบโอติก คือ ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน หรือผู้ที่เป็นโรคร้ายแรง ไม่ควรกินโพรไบโอติกเช่น โรคเอดส์ โรคมะเร็ง ที่อาจทำให้ระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอยิ่งขึ้น หรือเกิดอาการระคายเคือง อาการแพ้ ส่งผลกระทบต่อการรักษาได้

jumboslot

พรีไบโอติกส์คืออะไร ?
พรีไบโอติกส์ (Prebiotics) คืออาหารชนิดหนึ่ง เป็นสิ่งไม่มีชีวิต ซึ่งร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ที่ลำไส้เล็ก อาหารเหล่านี้จึงสามารถเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ได้ในรูปไม่เปลี่ยนแปลง และจะถูกย่อยสลายโดยแบคทีเรียโพรไบโอติกส์ ทำให้กระตุ้นการเจริญเติบโตและการทำงานของแบคทีเรีย พบได้ในหัวหอม กระเทียม ถั่วเหลือง ถั่วแดง ไฟเบอร์ในผักและผลไม้ต่าง ๆ เป็นต้น

กล่าวง่ายๆ ก็คือ พรีไบโอติกส์เป็นอาหารของโพรไบโอติกส์นั่นเอง ดังนั้นหากรับประทานอาหารพวกพรีไบโอติกส์ก็จะช่วยส่งเสริมฤทธิ์โพรไบโอติกส์ได้ดียิ่งขึ้น

ทำไมเราถึงควรได้รับโพรไบโอติกส์เสริม?
โพรไบโอติกส์จัดเป็นจุลินทรีย์ที่ให้ประโยชน์แก่ร่างกาย เรียกได้ว่าเป็นจุลินทรีย์ประจำถิ่นหรือ normal flora อย่างหนึ่งในทางเดินอาหาร หากร่างกายมีสุขภาพดีก็จะมีการรักษาสมดุลจุลินทรีย์ให้เป็นปกติ แต่ถ้าหากมีอะไรไปรบกวนสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย จุลินทรีย์ประจำถิ่นในลำไส้ถูกรุกราน อาจเกิดผลกระทบตามมาได้

ลองจินตนาการดู หากร่างกายได้รับยาปฏิชีวนะเป็นระยะเวลานาน ยาเหล่านี้ส่งผลให้จุลินทรีย์ในร่างกายมีจำนวนลดลง เมื่อร่างกายมีการรับเชื้ออื่นซึ่งอาจก่อโรคเข้ามา อาจมีโอกาสสูญเสียจุลินทรีย์ดีในร่างกายได้

ดังนั้นการสร้างสภาวะความสมดุลระหว่าง normal flora และร่างกายนั้นจึงมีความสำคัญ ซึ่งการรับประทานโพรไบโอติกส์จึงเป็นทางเลือกอย่างหนึ่งในการเสริมจุลินทรีย์ชนิดดีและรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกาย

มีจุลินทรีย์ใดบ้างที่จัดอยู่ในกลุ่มโพรไบโอติกส์?
ในปัจจุบันโพรไบโอติกส์ที่เราพบเห็นกันได้ในท้องตลาดมีหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบผงแป้ง (Powders), รูปแบบแคปซูล (Capsules), รูปแบบยาเม็ดเคี้ยว (Chewable tablets), รูปแบบสารละลาย(Solution drops) หรือรูปแบบยาเหน็บช่องคลอด (Vaginal Tablets) โดยผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีวีธีการเก็บรักษาและประกอบไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์ที่แตกต่างกันไป ยกตัวอย่างเชื้อที่พบเห็นได้ในผลิตภัณฑ์ต่างๆ ดังนี้
เชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ กลุ่ม Lactobacillus spp. เป็นแบคทีเรียที่เกาะติดลำไส้และ Bifidobacterium spp. เป็นแบคทีเรียที่ทนต่อกรดในกระเพาะอาหาร สามารถอยู่ในลำไส้ได้นาน เช่น Bifidobacterium longum, Bifidobacterium bifidum, Lactobacillus acidophilus, Bifidobacterium infantis, Lactobacillus casei subsps, และ Lactococcus lactis เป็นต้น
เชื้อยีสต์ เช่น Saccharomyces boulardii เป็นต้น

slot


พรีไบโอติกส์ในท้องตลาดมีรูปแบบใดบ้าง?
พรีไบโอติกส์ที่พบเห็นในท้องตลาดนั้น ส่วนใหญ่มักจะพบในรูปแบบผงแป้ง (Powders) ประกอบไปด้วยสารประกอบเชิงซ้อนของคาร์โบไฮเดรต เช่น สารกลุ่มอินูลินและฟรุกโตโอลิโกแซ็กคาไรด์หรือในบางผลิตภัณฑ์อาจจำหน่ายในรูปแบบสูตรผสม ประกอบด้วยโพรไบโอติกส์และพรีไบโอติกส์ในตัวเดียวผลิตภัณฑ์เดียวกัน

บทบาทของโพรไบโอติกส์ในร่างกายมีอะไรบ้าง?
โพรไบโอติกส์มีบทบาทมากมายที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่างๆ ในร่างกาย ดังนี้
ป้องกันไม่ให้เชื้อก่อโรคจับที่ผิวเยื่อบุลำไส้ โดยการสร้างเกราะป้องกันบริเวณเยื่อบุลำไส้
ยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อฉวยโอกาสในร่างกาย
กระตุ้นระบบการย่อยอาหารโดยการสร้างเอนไซม์หลากหลายชนิด
ช่วยรักษาสมดุลจุลินทรีย์ในร่างกายที่เสียไป
เหนี่ยวนำการกระตุ้นการตอบสนองต่อภูมิคุ้มกัน ทำให้มีการสร้างสารป้องกันและกระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เข้าสู่ภาวะสมดุลได้