ไขข้อควรรู้เกี่ยวกับรอยสิว

รอยสิว เป็นร่องรอยที่หลงเหลืออยู่หลังจากที่สิวหายไปแล้ว ซึ่งกวนใจสาวๆ อยู่ไม่น้อย เพราะรอยสิวเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วกำจัดยากไม่ใช่เล่น ทาครีม ทายาก็ใช้เวลานานกว่าจะจางลง มีข้อมูลรอยสิวแบบต่างๆ มาให้สาวๆ อ่านกันค่ะ ว่ามีแบบใดบ้าง แล้วรอยสิวแบบนี้เกิดจากอะไรกันแน่ เพื่อที่สาวๆ จะได้ระมัดระวังกันให้มากขึ้น ไม่เผือทำพฤติกรรมที่ก่อให้เกิดรอยสิวอีก

เครดิตฟรี

รอยสิว แบบหลุมลึก (Ice Pick Scars)
ลักษณะของรอยสิวรอยสิวแบบนี้จะมีลักษณะเป็นหลุมแคบๆ แต่มีความลึกลงไปถึงผิวชั้นกลาง ซึ่งดูขรุขระคล้ายโดนเจาะด้วยที่เจาะน้ำแข็งหรือเครื่องมืออะไรที่มีความแหลมคม รอยสิวแบบหลุมลึกนี้ดูเหมือนจะทำให้เกิดรูเล็กๆ ที่เจาะลึกเข้าไปในผิว ซึ่งบางครั้งก็ดูเหมือนเป็นรูขุมขนที่เปิดออก
สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิวรอยสิวแบบนี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดการติดเชื้อในสิวหัวช้าง หรือสิวอักเสบที่อยู่ลึกลงไปในผิว ซึ่งพยายามจะดันตัวขึ้นมาบนผิว ทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลาย ส่งผลให้เกิดรอยสิวเป็นเหมือนรูเข็มเล็กๆ

รอยสิว แบบหลุมตื้น (Rollling Scars)
ลักษณะของ รอยสิวรอยสิวแบบนี้ทำให้เกิดรอยบุ๋มตื้นๆ ที่ดูเหมือนคลื่นหรือเนินเตี้ยๆ อยู่ทั่วผิวหน้า รอยสิวแบบนี้จะมีความแตกต่างจากรอยสิวแบบหลุมกว้าง (Boxa Scars) เนื่องจากมีลักษณะเป็นหลุมที่แคบกว่า ซึ่งทำให้ผิวหน้าดูเป็นตะปุ่มตะป่ำไม่เรียบ
สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิวรอยสิวแบบหลุมตื้นนี้เกิดขึ้นเมื่อมีเส้นใยของเนื้อเยื่อเกิดขึ้นระหว่างผิวกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เส้นใยนี้จะดึงผิวชั้นหนังกำพร้าเข้าไปมัดรวมกับโครงสร้างของผิวที่อยู่ลึกลงไป ซึ่งแรงดึงนี้แหละที่ทำให้เกิดเป็นรอยบุ๋มตื้นๆ ขึ้นมาบนผิว

สล็อต

รอยสิวแบบรอยนูน (Hypertrophic และ Keloid Scars)
ลักษณะของรอยสิวรอยสิวแบบนี้เป็นรอยสิวที่ยกสูงขึ้นไปจากผิว เป็นรอยแผลเป็นเนื้อแน่นๆ ที่ก่อตัวขึ้นจากผิวหนังชั้นบนสุด รอยสิวแบบรอยนูนนี้เกิดจากสิวที่พบได้บ่อยตามลำตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ชาย แต่จริงๆ แล้วรอยสิวแบบนี้จะเกิดได้ทุกที่บนร่างกาย แผลเป็นคีลอยด์นี้ถือเป็นรอยแผลเป็นที่มีระดับความรุนแรงสูงสุด ซึ่งต่างจากแผลเป็นรอยนูนตามปกติตรงที่มีขนาดใหญ่กว่า ซึ่งแผลเป็นชนิดนี้สามารถขยายตัวได้กว้างกว่าขอบเขตที่เป็นแผลหลายเท่า และถึงแม้แผลจะหายแล้ว แผลเป็นแบบรอยนูนนั้นก็ยังขยายตัวต่อไปได้อีก และไม่ใช่ทุกคนที่จะมีรอยแผลเป็นแบบนี้
สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิวรอยสิวแบบรอยนูนนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพาะสูญเสียเนื้อเยื่อเหมือนสิวแบบหลุมลึกและสิวแบบหลุมตื้น แต่เกิดจากการที่ผิวหนังผลิตคอลลาเจนขึ้นมามากเกินไป ส่วนแผลเป็นแบบคีลอยด์นั้น เป็นอะไรที่ดูเหมือนผิวจะไม่รู้ว่าแผลหายแล้ว เลยทำให้ผลิตคอลลาเจนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

รอยสิวแบบหลุมกว้าง (Boxar Scars)
ลักษณะของรอยสิวรอยสิวแบบนี้จะมีลักษณะคล้ายๆ รอยสิวแบบหลุมตื้น แต่หลุมสิวจะกว้างกว่ากันมาก ซึ่งดูไปดูมาก็ละม้ายคล้ายแผลเปิดที่เกิดจากโรคอีสุกอีใส ซึ่งมีความลึกพอสมควร
สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิวรอยสิวแบบหลุมกว้างนี้ก็มีสาเหตุคล้ายรอยสิวแบบหลุมตื้นนั่นแหละ คือมีเส้นใยของเนื้อเยื่อเกิดขึ้นระหว่างผิวกับเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง เส้นใยนี้จะดึงผิวชั้นหนังกำพร้าเข้าไปมัดรวมกับโครงสร้างของผิวที่อยู่ลึกลงไป ซึ่งแรงดึงนี้แหละที่ทำให้เกิดเป็นรอยบุ๋มตื้นๆ ขึ้นมาบนผิว แต่ที่มีรอยบุ๋มกว้างกว่า ก็น่าจะเป็นเพราะรอยเล็บที่จิกเข้าไปในเนื้อจนทำให้เกิดรอยแผลเป็นขึ้นมา

สล็อตออนไลน์

รอยดำหลังผิวอักเสบ (Post-Inflammatory Hyperpigmentation)
ลักษณะของรอยสิวสีผิวที่เปลี่ยนไปหลังสิวหายนั้นไม่ใช่สีของรอยแผลเป็นจริงๆ แต่เป็นสีของรอยดำหลังผิวอักเสบ ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของคนที่มีปัญหาสิว รอยดำหลังผิวอักเสบนี้จะเกิดขึ้นบนพื้นที่เรียบๆ ไม่ได้ยกนูนหรือเป็นหลุมและมีระดับสีต่างๆ กัน คือมีตั้งแต่สีชมพู ม่วง น้ำตาล เรื่อยไปจนถึงดำ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน
สาเหตุที่ทำให้เกิดรอยสิวรอยดำหลังผิวอักเสบจะเกิดขึ้นเวลาที่แผล ผื่น ตุ่มสิว หรืออาการบาดเจ็บอื่นๆ ทำให้ผิวเกิดการอักเสบ เมื่อผิวหนังเยียวยาตัวเองจนหายดีแล้ว ก็จะผลิตเม็ดสีเมลานินออกมามากเกินไป (เม็ดสีเมลานินคือสสารที่ทำให้เกิดสีผิวขึ้นมา) ทำให้ผิวหนังในบริเวณนั้นมีสีคล้ำ
บทสรุป
ถึงแม้จะรักษาและระมัดระวังเรื่องสิวเป็นอย่างดีแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่จะทำให้เกิดรอยแผลจากสิวขึ้นมาได้อยู่ดี ฉะนั้นจึงนับเป็นเรื่องสำคัญมาก ที่เราจะต้องควบคุมปัญหาสิวให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะการรักษารอยสิวจะเป็นไปได้ยาก ถ้าคุณยังมีสิวขึ้นมาอยู่เลย

ก่อนอื่นเลยคือไปพบคุณหมอผิวหนัง ถ้าคุณมีปัญหาสิวที่ต้องได้รับการดูแลรักษา แพทย์ผิวหนังจะช่วยหาวิธีการรักษาดีๆ ที่เหมาะกับคุณ ซึ่งจะช่วยควบคุมปัญหาสิวให้คุณได้ ซึ่งเมื่อปัญหาสิวหมดไปแล้ว ก็ถึงเวลาต้องจัดการกับรอยสิว ซึ่งมีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบเหมือนกัน ก็ต้องให้แพทย์ผิวหนังเป็นผู้วินิจฉัยว่า รอยสิวของคุณควรจะรักษาด้วยวิธีไหนดี

jumboslot

มะเขือเทศ
ในตัวของมะเขือเทศนั้นจะมีสารชนิดหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่ภายในผลมะเขือเทศ นอกจากนั้นแล้วในผลมะเขือเทศยังมีความอุดมประโยชน์ไปด้วยวิตามินซี และวิตามินเออีกด้วย ให้สาวๆ นำมะเขือเทศไปล้างน้ำให้สะอาด นำมาหั่นเป็นแว่นๆ คว้านเมล็ดออก แล้วนำไปปั่นให้ละเอียด กรองเอาแต่น้ำ มาทาให้ทั่วใบหน้า ยกเว้นรอบดวงตา และริมฝีปาก ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สิวหัวดำก็จะอ่อนตัวหลุดออกมาเอง รอยแผลเป็นก็จะเริ่มจางลง รูขุมขนที่เคยกว้างก็จะกระชับและเล็กลงด้วยล่ะค่า

หอมแดง
หั่นหอมแดงที่ล้างแล้วเป็นแว่นบางๆ หรือทุบเบาๆ ก็จะได้น้ำของหอมแดงออกมา ให้ใช้นิ้วแตะน้ำที่ซึมออกมาจากหอมแดง แล้วทาบางๆ ลงบริเวณที่เป็นสิวและจุดด่างดำ หรือวางแว่นหอมที่ฝานแปะไว้บนรอยบวมจากการบีบสิว และรอยด่างดำบนใบหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาทีแล้วล้างออก ก็จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย และลดความมันบนใบหน้าให้เรา จึงไม่ก่อให้เกิดสิวได้ง่าย ผิวหน้าบริเวณนั้นก็จะดูดีขึ้น ปัญหาสิว ร่องรอยด่างดำจากสิว จะค่อยๆจางหายไปในไม่ช้า ไม่ช้าเกิน 3 วันก็เห็นผล

น้ำมะนาว
หลังจากสาวๆ ล้างหน้าสะอาดแล้ว ก็บีบน้ำมะนาว 1 ช้อนชาลงในถ้วยเล็ก ใช้สำลีจุ่มน้ำมะนาวพอเปียก อาจผสมน้ำหากกลัวว่าจะแสบเกินไป ป้ายน้ำมะนาวลงบนสิว สิวหัวขาว สิวหัวดำ สิวหัวหนอง ทิ้งไว้ทั้งคืนโดยไม่ต้องล้างออก ค่อยมาล้างในตอนเช้า ชั่วข้ามคืนก็เริ่มเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงแล้วจ้า

slot

น้ำผึ้ง
เพียงนำน้ำผึ้งมาทาหน้าให้ทั่วหน้า โดยเฉพาะรอบๆ รอยสิว แต่ควรหลีกเลี่ยงการนวดจุดที่เป็นสิวโดยตรงเพราะจะเป็นการรบกวนสิวให้อักเสบบวมมาก นวดคลึงอย่างเบามือให้ทั่ว น้ำผึ้งจะช่วยดูดซับสิ่งสกปรกบนผิวให้หลุดออกอย่างอ่อนโยน สูตรนี้สามารถทำได้ทุกวันเป็นประจำเลยค่ะ นวดเพียง 5-10 นาที แล้วล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำอุ่น นอกจากสิวหายแล้ว ยังป้องกันการเกิดสิวใหม่ได้อีกด้วย แถมผิวหน้าก็ยังเนียนนุ่มชุ่มชื้นแบบมีสุขภาพดีสุดๆ เลยล่ะ

แตงกวา
ง่ายๆ เลยให้นำแตงกวามาล้างให้สะอาด แล้วหั่น slice เป็นแผ่นบางๆ จากนั้นก็นำแตงกวาที่หั่นแล้วมาวางทั่วบริเวณใบหน้า ทิ้งไว้ซักพัก 15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรแตงกวาพอกหน้านี้จะช่วยลดอาการสิวอักเสบ ช่วยลดเลือนความมันบนใบหน้า ทำให้รูขุมขนกระชับเล็กลงและบำรุงผิวหน้าให้เปล่งปลั่งกระจ่างใส สาวๆ ที่มีปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ และมีสิวอักเสบขึ้นกวนใจอยู่ต้องลองสูตรนี้เลยค่า

ใบบัวบก+น้ำผึ้ง
สารในใบบัวบกสามารถช่วยต้านพวกเชื้อจุลินทรีย์ได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะสิวหัวหนอง ซึ่งการใช้ใบบัวบก เพื่อการรักษาสิวนั้น สามารถใช้ได้ทั้งกิน และทาควบคู่กันไป วิธีก็แค่นำยอดอ่อนใบบัวบกมาแช่น้ำเพื่อให้สิ่งสกปรกที่ติดมากับใบบัวบกหลุดออก แล้วจึงนำมาตำหรือจะปั่นโดยผสมน้ำลงไปเล็กน้อย จากนั้นจึงค่อยนำใบบัวบกที่ได้จากการปั่นมาพอกหน้าทิ้งไว้ซัก 20 นาที แล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด