ดูเตตราเบนาซีน

ดูเตตราเบนาซีน (Deutetrabenazine) เป็นยารักษาการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจากโรคฮันติงตัน (Huntington’s Disease) และการเคลื่อนไหวของใบหน้า ลิ้น และร่างกายส่วนต่าง ๆ จากกลุ่มอาการยึกยือหรือโรค Tardive Dyskinesia โดยการออกฤทธิ์ของตัวยาจะไปลดปริมาณสารสื่อประสาทในสมองที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาทและกล้ามเนื้ออย่างโดพามีน เซโรโทนิน และนอร์อิพิเนฟริน ทั้งนี้ ยาดูเตตราเบนาซีนไม่สามารถรักษาโรคให้หายขาดได้ แต่จะช่วยบรรเทาอาการเพื่อให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น

เครดิตฟรี

การใช้ยาดูเตตราเบนาซีน
วิธีการใช้ยาเพื่อความปลอดภัย มีดังนี้
ใช้ยาตามฉลากและตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด ห้ามใช้ยานี้ในปริมาณมากกว่า น้อยกว่า หรือติดต่อกันนานกว่าที่แพทย์แนะนำ หากมีข้อสงสัยใด ๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยา
ควรรับประทานยานี้พร้อมอาหาร
ห้ามเคี้ยว หักหรือบดยา แต่ควรกลืนลงไปทั้งเม็ด ผู้ที่มีปัญหาในการกลืนยาควรแจ้งให้แพทย์ทราบ
ผู้ป่วยควรรับประทานยาให้ครบทุกมื้อ เพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการรักษาโรค
ผู้ป่วยควรรับประทานยาตามที่แพทย์กำหนดแม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
หากผู้ป่วยต้องรับประทานยาเป็นประจำแต่ลืมใช้ยา ให้ใช้ทันทีที่นึกขึ้นได้ หากใกล้ช่วงเวลาของยารอบถัดไปพอดี ให้ข้ามไปใช้ยาตามเวลาปกติ แต่ห้ามเพิ่มปริมาณยาเป็น 2 เท่า
ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที หากผู้ป่วยไม่ได้รับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หรือสงสัยว่าตนเองรับประทานยาเกินกว่าปริมาณที่กำหนด
เก็บยาไว้ที่อุณหภูมิห้อง ให้ห่างจากความชื้น ความร้อน และแสงแดด รวมทั้งเก็บยาให้ห่างจากมือเด็กและสัตว์เลี้ยง

สล็อต

คำเตือนในการใช้ยาดูเตตราเบนาซีน
เพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยา ผู้ป่วยควรระมัดระวังและปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา หากมีประวัติแพ้ยาหรือส่วนประกอบของยาชนิดนี้ รวมถึงยาและสารอื่น ๆ เพราะยาอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้เกิดอาการแพ้ยาหรือเกิดผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมา
แจ้งให้แพทย์ทราบก่อนใช้ยา หากผู้ป่วยมีประวัติทางการแพทย์ เช่น โรคซึมเศร้า มีความคิดฆ่าตัวตายมาก่อน อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติ ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วพบค่า QT ที่ผิดปกติ โรคตับ โรคมะเร็งเต้านม เป็นต้น
แจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยา วิตามิน หรือสมุนไพรทุกชนิดที่ผู้ป่วยกำลังใช้อยู่ เพราะยาบางชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยานี้จนก่อให้เกิดผลข้างเคียง หรือทำให้ยามีประสิทธิภาพลดลง เช่น ยาเตตราเบนาซีน ยาวาลเบนาซีน เป็นต้น
ไม่ควรใช้ยาต้านเศร้าในกลุ่มเอ็มเอโอไอ เช่น ยาไอโซคาร์บอกซาซิด ยาฟีเนลซีน ยาทรานิลไซโปรมีน รวมทั้งยารักษาโรคพาร์กินสันอย่างยาเซเลกิลีนและยาราซากิลีน ในช่วง 14 วันก่อนหน้าการใช้ยา ดูเตตราเบนาซีน เพราะยาเหล่านี้อาจทำให้ระดับความดันโลหิตสูงขึ้นมาก รวมถึงผู้ป่วยที่กำลังรับประทานยารีเซอร์พีนหรือรับประทานมาแล้วในช่วง 20 วัน ก่อนหน้านี้
หากผู้ป่วยโรคฮันติงตันพบอาการผิดปกติที่ไม่เคยมีมาก่อนหรือมีอาการแย่ลงในระหว่างที่ใช้ยานี้ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทันที
ผู้ป่วยที่มีปริมาณแมงกานีสและโพแทสเซียมในเลือดต่ำ ควรปรึกษาแพทย์ในการใช้ยานี้ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการตรวจพบค่า QT ที่ผิดปกติได้มากขึ้น รวมทั้งหากกำลังใช้ยาขับปัสสาวะ มีอาการเหงื่อออกมาก ท้องเสีย หรืออาเจียน อาจเพิ่มความเสี่ยงนี้ได้เช่นกัน
ผู้ป่วยควรระมัดระวังในขณะขับขี่ยานพาหนะ ใช้เครื่องจักร หรือทำกิจกรรมที่ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา อีกทั้งควรงดดื่มแอลกอฮอล์ในขณะที่ใช้ยานี้ เนื่องจากตัวยาอาจส่งผลให้เวียนศีรษะหรือง่วงซึมได้
หากผู้ป่วยต้องเข้ารับการผ่าตัดใด ๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบขณะที่ใช้ยานี้
ผู้สูงอายุอาจไวต่อผลข้างเคียงของยามากกว่าปกติ โดยเฉพาะผู้ที่ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจแล้วพบค่า QT ที่ผิดปกติ

สล็อตออนไลน์

ผลข้างเคียงจากการใช้ยาดูเตตราเบนาซีน
โดยทั่วไป ยาดูเตตราเบนาซีนอาจส่งผลให้ผู้ป่วยง่วงซึม มีปัญหาในการนอนหลับ เหนื่อยล้า เวียนศีรษะ คลื่นไส้ หรืออาเจียน ซึ่งหากมีอาการมากหรืออาการแย่ลง ควรไปพบแพทย์เพื่อเข้ารับการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรหยุดใช้ยาและไปปรึกษาแพทย์ทันที หากเกิดอาการรุนแรง ดังต่อไปนี้
มีสัญญาณอาการแพ้ยา เช่น มีผื่นคัน ลมพิษ คัน ผิวหนังบวมแดงหรือพอง ผิวลอกที่อาจมีไข้หรือไม่มีไข้ร่วมด้วย มีเสียงหวีดขณะหายใจ แน่นหน้าอกหรือบริเวณลำคอ มีปัญหาในการหายใจ การกลืน หรือการพูด เสียงแหบผิดปกติ มีอาการบวมบริเวณปาก ริมฝีปาก ลิ้น คอ และใบหน้า เป็นต้น
มีสัญญาณโรคติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ เช่น ปัสสาวะปนเลือด ปวดหรือแสบขัดขณะปัสสาวะ อยากปัสสาวะบ่อย ๆ หรือตลอดเวลา มีไข้ ปวดท้องส่วนล่าง ปวดท้องน้อย เป็นต้น
มีกลุ่มอาการเอ็นเอ็มเอส (Neuroleptic Malignant Syndrome: NMS) ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการ เช่น มีไข้ กล้ามเนื้อแข็งเกร็ง เวียนศีรษะ ปวดหัวอย่างรุนแรง สับสน หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดปกติ มีเหงื่อออกมาก ปัสสาวะมีสีเข้ม หรือมีสัญญาณของโรคไตอย่างปริมาณของปัสสาวะที่ออกมาเปลี่ยนแปลงไป เป็นต้น
ปัญหาในการควบคุมการเคลื่อนไหว อาจแย่ลงหรือเกิดขึ้นเป็นอาการใหม่
สั่น มีปัญหาในการเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ หรือมีอาการแข็งเกร็ง
กระสับกระส่าย รู้สึกสับสน มีพฤติกรรมอยู่ไม่สุข

jumboslot

การมองเห็นเปลี่ยนแปลงไป
หัวใจเต้นเร็ว หรือเต้นผิดปกติ
เวียนศีรษะหรือหมดสติ
ในผู้หญิงอาจมีสารคัดหลั่งทางหัวนม เต้านมขยาย หรือประจำเดือนผิดปกติ
อวัยวะเพศชายไม่สามารถแข็งตัวได้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยบางรายอาจไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ หรือมีอาการเพียงเล็กน้อย แต่หากผู้ป่วยรายใดมีความกังวลใจ รวมทั้งพบผลข้างเคียงหรือความผิดปกติอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบเช่นกัน

slot